ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.94 จุด หรือร้อยละ 0.44 มาอยู่ที่ 1,345.87 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 47,145.82 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและสถาบันในประเทศ ขณะที่นักลงทุนรอดูปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้
บรรยากาศการซื้อขาย
ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า โดยได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงบ่าย ก่อนจะกลับมาปิดในแดนบวก
ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด
- ปัจจัยต่างประเทศ: นักลงทุนรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 11-12 มิถุนายน และการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
- ปัจจัยในประเทศ: ตลาดยังคงจับตาความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ
กลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่น
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นนำตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสารก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง
หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT
- บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC
- บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ BEV
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงผันผวนในระยะสั้น โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของสหรัฐและสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน



