ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ที่ระดับ 1,345.20 จุด ลดลง 5.70 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.42 โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 45,000 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,500 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1,200 ล้านบาท
ปัจจัยกดดันตลาด
นายวิศิษฐ์ วัฒนวิกย์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และกดดันเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่
นอกจากนี้ ปัจจัยภายในประเทศยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตาม โดยหุ้น ปตท. และ ปตท.สผ. ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.2 และ 1.5 ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มแบงก์กดดัน
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยธนาคารกรุงเทพ ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.8 ธนาคารกสิกรไทย ลดลงร้อยละ 0.6 และธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลงร้อยละ 0.5 เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อและแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท เช่น กลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3
แนวโน้มตลาด
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวรับที่ 1,340 จุด และแนวต้านที่ 1,355 จุด โดยนักลงทุนรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์หน้า
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ



