ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 2.26 จุด หรือ 0.17% อยู่ที่ 1,322.84 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44,772 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,118 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิในช่วงก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนในประเทศยังคงเก็งกำไรหุ้นรายตัว โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและธนาคารที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด
ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิในวันนี้ ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี อาทิ หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และหุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว
ภาพรวมการซื้อขาย
สำหรับภาพรวมการซื้อขายวันนี้ นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,485 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,118 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 159 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 208 ล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) มูลค่า 2,876 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มูลค่า 2,115 ล้านบาท ปิดที่ 256 บาท ลดลง 2 บาท และบมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่า 1,892 ล้านบาท ปิดที่ 156.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้
นายกรภัทร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,310-1,330 จุด โดยมีปัจจัยติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศ เนื่องจากอาจมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันดัชนีในระยะสั้น แต่โดยรวมแล้ว ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น



