ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้น 0.35% หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,200 ล้านบาท
หุ้นไทยปิดขึ้น 0.35% นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,200 ล้าน

ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวขึ้น 0.35% หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,200 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับ 1,380.12 จุด ปรับตัวขึ้น 4.85 จุด หรือคิดเป็น 0.35% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 45,000 ล้านบาท สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดเปิดตัวในทิศทางลบในช่วงเช้า แต่กลับพลิกฟื้นขึ้นมาได้ในครึ่งหลังของวัน

ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้น

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยให้กลับมาปรับตัวขึ้นได้คือ การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีมูลค่าสุทธิถึง 1,200 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการขายสุทธิติดต่อกันหลายวัน สิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศที่มีต่อเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ กลุ่มหุ้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำตลาดในวันนี้ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และ กลุ่มธนาคาร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากข่าวดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลก และการประกาศผลประกอบการที่ดีกว่าคาดของสถาบันการเงินบางแห่ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุน

ตลาดหุ้นไทยในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ช่วงเช้า: ตลาดเปิดที่ 1,374.50 จุด และเคลื่อนไหวในขาลง เนื่องจากแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ
  • ช่วงบ่าย: ตลาดเริ่มพลิกฟื้นขึ้นอย่างชัดเจน หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ และมีแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น
  • ช่วงปิดตลาด: ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดของวัน แสดงถึงแรงซื้อที่ยังคงมีอยู่แม้จะใกล้สิ้นวันซื้อขาย

สำหรับหุ้นเด่นที่เคลื่อนไหวมากในวันนี้ ได้แก่ หุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.5% และหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 0.8% ในขณะที่หุ้นบางตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มและความเสี่ยงในอนาคต

แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปิดในแดนบวกในวันนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนยังคงเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  1. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จากการที่ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด
  2. แรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทย ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
  3. ความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัทที่พึ่งพาการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นักวิเคราะห์หลายท่านยังมองในแง่บวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศยังคงแข็งแกร่ง และมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต