ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (14 มิถุนายน 2567) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.09 จุด หรือ 0.01% มาอยู่ที่ 1,304.23 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 47,812 ล้านบาท หลังจากดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อในกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า
ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้น PTT และ PTTEP เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับมีแรงซื้อกลับในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้ายังคงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ ซึ่งคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แต่สัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศ รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
- ดัชนี SET ปิดที่ 1,304.23 จุด เพิ่มขึ้น 0.09 จุด
- มูลค่าการซื้อขายรวม 47,812 ล้านบาท
- หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 287 ตัว ปรับตัวลง 212 ตัว ไม่เปลี่ยนแปลง 167 ตัว
สำหรับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ PTT, PTTEP, KBANK, SCB และ ADVANC โดย PTT ปิดที่ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท PTTEP ปิดที่ 152.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท KBANK ปิดที่ 130.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท SCB ปิดที่ 100.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท และ ADVANC ปิดที่ 207.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์อิสระ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงฟื้นตัวดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงตลาดหุ้นในระยะยาว



