สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ของไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 ว่า ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2566
ปัจจัยหนุนการขยายตัว
การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสนี้ ได้แรงหนุนสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวร้อยละ 3.1 การลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวร้อยละ 4.2 และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.8 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 1.5
ภาคบริการและการท่องเที่ยว
ภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสแรกกว่า 8.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 4.2 แสนล้านบาท
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสแรกอยู่ที่ร้อยละ 1.2 ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.0 ลดลงจากร้อยละ 1.1 ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนภาวะการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568
สภาพัฒน์ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2568 ไว้ที่กรอบร้อยละ 2.8 ถึง 3.8 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน



