นักวิชาการชี้ความไม่สงบตะวันออกกลางกระทบน้ำมัน-ท่องเที่ยวระยะสั้น รัฐบาลต้องจับตาใกล้ชิด
รศ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้สัมภาษณ์ในรายการจับตาสถานการณ์ทางไทยพีบีเอส ระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางในขณะนี้ รัฐบาลควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่งและอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและการท่องเที่ยวในระยะสั้น
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอุปทาน
รศ.สมชาย วิเคราะห์ว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่อุปทานมีอยู่ราว 108 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้มีกำลังการผลิตเหลือใช้ประมาณ 2-4 ล้านบาร์เรลต่อวัน การโจมตีระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน อาจทำให้ซาอุดีอาระเบียเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ซึ่งน้ำมันยังคงเหลือใช้ แต่ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของความรุนแรง
ราคาน้ำมันในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากจิตวิทยา เช่น กรณียูเครนและรัสเซียที่ราคาขึ้นชั่วคราวแล้วลดลง หากการรบทำลายคลังน้ำมันหลายแห่งหรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซปิดอยู่แล้วในทางปฏิบัติเพราะไม่มีใครผ่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม หากความรุนแรงไม่กระทบโรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันอาจขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น รศ.สมชายเน้นว่า ควรหลีกเลี่ยงการทำลายแหล่งน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งโอกาสเกิดมีจำกัดเนื่องจากสหรัฐฯ มีระบบป้องกัน เช่น แพตทริออต
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและแรงงานไทย
ด้านการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการปิดเส้นทางเดินทางผ่านตะวันออกกลาง รวมถึงความปลอดภัยของแรงงานไทยในพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน รศ.สมชายคาดว่า สหรัฐฯ อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการจัดการสถานการณ์ หากยืดเยื้อเป็นเดือนอาจเกิดปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธและแรงกดดันจากประเทศต่างๆ
แนวทางรับมือของรัฐบาล
รศ.สมชายแนะว่า รัฐบาลรักษาการควรเตรียมการเรื่องน้ำมัน โดยประเมินนโยบายช่วยตรึงราคาและช่วยเหลือผู้ค้าและผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเตรียมแผนช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางหากจำเป็น
หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจไม่มาก แต่หากอุปทานน้ำมันลดลงอย่างรุนแรง อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ ค่าเงินบาทและตลาดหุ้นอาจผันผวนแต่จะกลับสู่สภาพเดิมหากสถานการณ์คลี่คลาย สิ่งที่ประเมินได้แน่นอนในขณะนี้คือ การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่จำกัด ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการส่งออกที่สูงขึ้นจากเส้นทางเดินเรือที่เปลี่ยนแปลง
สรุปแล้ว รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและเตรียมแผนรับมือในหลายด้าน เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น



