น้ำมันพุ่งสะเทือนเศรษฐกิจ! ปลาสลิดบางบ่อสมุทรปราการแตะ 100 บาท/กก. แม่ค้าครวญต้นทุน ลูกค้าลดซื้อ
สถานการณ์ราคาปลาสลิดบางบ่อ ของดีขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการกำลังสร้างความกังวลให้กับทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค หลังราคาพุ่งสูงแตะระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ยอดขายร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งค้าปลีกสำคัญ
บรรยากาศการซื้อขายเงียบเหงา สวนทางเทศกาลปกติ
จากการสำรวจล่าสุดในบริเวณร้านจำหน่ายปลาสลิดริมถนนแพรกษา ปากซอยคลองอาเสี่ย พบว่าบรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างเงียบเหงา ผู้บริโภคบางตา ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต่างจากช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ หรือปีใหม่ ที่มักมีประชาชนเดินทางมาจับจ่ายซื้อปลาสลิดจำนวนมากจนการจราจรหนาแน่น
แม่ค้าเปิดเผยต้นทุนพุ่งไม่หยุด กระทบยอดขายโดยตรง
นางสาวณีรนุช วิญญูพรรณ อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน “โอเล่ ปลาสลิด” เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาต้นทุนปลาสลิดที่รับมาจำหน่ายปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปลาสลิดแต่ละขนาดมีการปรับขึ้นราคาแตกต่างกัน ตั้งแต่ 20 บาท 30 บาท 50 บาท และในขนาดใหญ่สุดปรับขึ้นสูงถึง 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าลดลงอย่างชัดเจน
เจ้าของร้านกล่าวต่อว่า แม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ค้าพยายามตรึงราคาขายไม่ให้ปรับสูงเกินไป เพื่อประคองยอดขาย อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าขึ้นอยู่กับราคาจาก “ยี่ปั๊ว” เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีต้นทุนอื่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ราคาถุงพลาสติกสำหรับบรรจุปลาสลิด จากเดิมกิโลกรัมละ 70 บาท ปรับขึ้นเป็น 84 บาท ยิ่งซ้ำเติมภาระต้นทุนของผู้ค้า
ลูกค้าจำใจลดการซื้อ สะท้อนกำลังซื้อฐานรากสั่นคลอน
นางสาวไพรจิต หงษ์ทวี อายุ 49 ปี ลูกค้า เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบจากราคาปลาสลิดที่ปรับขึ้น 20-30 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เคยซื้อในปริมาณมาก ปัจจุบันต้องลดปริมาณลง เลือกซื้อปลาขนาดเล็กลง และลดการบริโภคเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับต้นทุนพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อค่าขนส่งสินค้าในหลายภาคส่วน ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงปลาสลิด ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการ ปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชนในระดับฐานรากที่เริ่มสั่นคลอน จากการที่ราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสินค้าท้องถิ่นที่เคยเป็นที่นิยมอย่างปลาสลิดบางบ่อ



