สภาพัฒน์เตือน! ดีเซลขึ้น 1 บาท GDP หดตัว 0.02% วิเคราะห์ 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง
ดีเซลขึ้น 1 บาท GDP หด 0.02% สภาพัฒน์ชี้ 3 ฉากทัศน์สงคราม

สภาพัฒน์ประเมินผลกระทบราคาดีเซลต่อเศรษฐกิจไทยและวิเคราะห์ 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลาง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยระบุว่า หากราคาดีเซลปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ จีดีพี ของไทยปรับลดลง 0.02% ซึ่งการปรับเพิ่มเพดานราคาดีเซลในขณะนี้ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังติดลบได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงไม่สามารถออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ในขณะนี้

3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

สภาพัฒน์ได้จัดทำฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ของสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางและนัยยะผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ออกเป็น 3 กรณีหลัก ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. กรณีที่ 1: หากสงครามสิ้นสุดภายใน 1 เดือน การขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับผลกระทบระยะสั้น ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ตลาดเงินและตลาดทุนผันผวน นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมากขึ้น ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และเงินเฟ้อของไทยเพิ่มขึ้น 1.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 0.2%
  2. กรณีที่ 2: หากสงครามยกระดับครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลางและสิ้นสุดใน 3 เดือน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 95-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจทดถอยและเงินเฟ้อสูงหรือ Stagflation ตลาดเงินและตลาดทุนผันผวนมาก ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาก และเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้น 1.9%
  3. กรณีที่ 3: ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย คือเกิดสงครามเต็มรูปแบบและยืดเยื้อมากกว่า 3 เดือน ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2569 สูงกว่า 120 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจทดถอยอย่างรุนแรง

การเตรียมการและมาตรการรองรับผลกระทบ

สภาพัฒน์ได้เสนอ 3 ฉากทัศน์ดังกล่าวให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 และจะนำไปสู่การเตรียมการลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะใน 3 ภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคขนส่ง นอกจากนี้ นายดนุชายืนยันว่าน้ำมันสำรองในประเทศไทยมีเพียงพอ ไม่มีปัญหาเรื่องปริมาณ ส่วนกรณีที่ปั๊มน้ำมันบางแห่งไม่มีน้ำมันให้บริการนั้น เป็นเรื่องของการขนส่ง ซึ่งจะแก้ไขด้วยการขยายเวลาอนุญาตให้ขนส่งน้ำมันไปยังสถานีจำหน่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากเดิมที่มีกฎหมายกำหนดขนส่งได้บางช่วงเวลาเท่านั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การวิเคราะห์นี้เน้นให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยราคาพลังงานในประเทศและสถานการณ์ความขัดแย้งในระดับโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในระยะต่อไป