รมว.แรงงานแสดงความเสียใจแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล ยืนยันสาเหตุโรคประจำตัวไม่เกี่ยวกับการสู้รบ
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศอิสราเอล พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผู้เสียชีวิต ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
รายละเอียดกรณีแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล
ตามรายงานจากกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ระบุว่า มีแรงงานไทยเสียชีวิต 1 คน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยทราบชื่อคือ นายอำนาจ ภูมิลำเนา จังหวัดขอนแก่น นายอำนาจเดินทางไปทำงานภาคเกษตรกรรมในอิสราเอลครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 และได้เดินทางกลับประเทศไทยก่อนจะกลับไปทำงานอีกครั้งในวันที่ 18 กันยายน 2562 ต่อมาเดินทางกลับไทยเป็นครั้งที่สองในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 หลังจากนั้นไม่มีข้อมูลการแจ้งเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศอีก จนกระทั่งทราบข่าวการเสียชีวิต การไม่ปรากฏข้อมูลการเดินทางดังกล่าวทำให้สิ้นสุดความคุ้มครองจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผู้เสียชีวิต และไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบหรือการสู้รบในพื้นที่ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว พร้อมทั้งช่วยประสานติดตามเรื่องหนังสือมอบอำนาจ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป
สถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลและความปลอดภัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรการดูแลและความปลอดภัยที่ยังคงมีประสิทธิภาพสำหรับแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง
ชีวิตและความหวังของนายอำนาจก่อนเสียชีวิต
นางสมภาร อายุ 72 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ กำลังช่วยกันคัดแยกเมล็ดหญ้าออกจากข้าวสาร เพื่อเตรียมไว้สำหรับจัดงานศพของนายอำนาจ แม้ว่าขณะนี้ครอบครัวยังไม่ทราบว่าจะนำร่างของลูกชายกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดได้เมื่อใด นางสมภารเปิดเผยว่า มีลูกชาย 3 คน โดยลูกชายคนโตทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนลูกชายคนกลางและคนเล็กเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรในประเทศอิสราเอล
นายอำนาจเพิ่งแต่งงานได้ 1 ปี ก่อนจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศเมื่อปี 2567 โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 40,000 ถึง 50,000 บาท รวมระยะเวลาทำงาน 1 ปี 4 เดือน ก่อนเดินทางไปทำงาน นายอำนาจได้กู้เงิน 260,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และตั้งใจว่าจะทำงานเก็บเงินเพื่อใช้หนี้ให้หมด ก่อนกลับมาซื้อรถไถไว้ใช้ทำนาที่บ้านเกิด แต่สุดท้ายก็มาเสียชีวิตเสียก่อน
นางสมภารบอกว่า ปกติลูกชายจะโทรศัพท์มาหาแม่เป็นประจำแทบทุกวัน และมักกำชับให้แม่ดูแลสุขภาพ โดยครั้งสุดท้ายได้พูดคุยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อมาในเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 1 มีนาคม ลูกสะใภ้โทรศัพท์มาแจ้งข่าวว่า ลูกชายเสียชีวิต ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างกะทันหัน



