แรงงานไทยในตะวันออกกลางปลอดภัย รัฐบาลเร่งติดตามสถานการณ์ความขัดแย้ง
กระทรวงแรงงานของไทยได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า แรงงานไทยกว่า 70,000 ถึง 80,000 คน ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของตะวันออกกลางยังคงปลอดภัยดีในขณะนี้ โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพหรือเข้าศูนย์พักพิงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีคำสั่งให้ชะลอการจัดส่งแรงงานชุดใหม่ไปยังประเทศอิสราเอลทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น
ประชุมด่วนติดตามสถานการณ์ พร้อมแผนรับมือ 4 ระดับ
พลตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เรียกประชุมวอร์รูมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า กระทรวงมีความห่วงใยแรงงานไทยในพื้นที่ที่มีเหตุสู้รบเป็นพิเศษ และได้เตรียมความพร้อมรองรับในทุกสถานการณ์แล้ว เบื้องต้นประเมินว่าการสู้รบยังจำกัดอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินหรือเขตทหาร ยังไม่กระจายวงกว้างและมีผลกระทบต่อพลเรือนจำกัด
สำหรับแผนการรับมือ กระทรวงแรงงานได้แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สถานการณ์คงที่ สถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น สถานการณ์ยืดเยื้อ และระยะฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยยอมรับว่าแต่ละประเทศอาจอยู่คนละระดับและต้องใช้มาตรการแตกต่างกันไป
แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังทำงานปกติ การสื่อสารยังทำได้มากกว่า 90%
ขณะนี้ แรงงานไทยส่วนใหญ่ในพื้นที่เสี่ยงยังคงใช้ชีวิตและทำงานตามปกติได้ โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด การติดต่อสื่อสารกับแรงงานยังทำได้มากกว่า 90% ยกเว้นบางช่วงเวลาในประเทศอิหร่านที่อาจติดต่อได้ไม่ต่อเนื่อง กระทรวงแรงงานได้ให้หน่วยงานระดับจังหวัดลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงานเพื่อตรวจสอบข้อมูลและช่วยคลายความกังวล พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานในระดับจังหวัดให้ญาติสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้โดยตรง
เตรียมแผนอพยพแล้ว แต่ยังไม่ระบุระยะเวลา ชะลอส่งแรงงานใหม่ 1,000 คน
รัฐบาลได้เตรียมแผนอพยพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไว้แล้ว ทั้งในส่วนของเส้นทาง จุดพักพิง และระบบรองรับ อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงแรงงานย้ำว่ายังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ชัดเจน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และจำนวนคนไทยที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งหากถึงขั้นวิกฤตจริง การดำเนินการอาจต้องใช้เวลา
ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่เสี่ยงในอิสราเอลอยู่ที่เมืองเทลอาวีฟและไฮฟา โดยได้กำชับแรงงานให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น เขตทหารและท่าเรือ มีการติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชัน Smart TOEA ได้ตลอดเวลา และมีการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินก่อนเดินทางไปทำงาน
สำหรับแรงงานไทยล็อตใหม่ที่จะเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะในอิสราเอล ได้ชะลอการส่งออกไปก่อนเนื่องจากสถานการณ์และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยมีแรงงานที่รอเดินทางประมาณ 1,000 คน อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเปิดรับสมัครแรงงานตามปกติเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต และยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวในประเทศต่อไป



