นางชุติมา จุมังมอ จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงกรณีประเทศเกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย หลังพบพฤติกรรมหลบหนีนายจ้างในอัตราสูง ส่งผลให้แรงงานไทยสูญเสียความเชื่อมั่นและหมดโอกาสไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย โดยจังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ ซึ่งถูกระงับการนำเข้าแรงงานในภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569
สถานการณ์แรงงานจังหวัดชัยภูมิ
นางชุติมากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 ถึงปัจจุบัน มีแรงงานจากจังหวัดชัยภูมิเดินทางไปทำงานในภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลจำนวน 119 คน ผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU หรือวีซ่า E-8 โดยพบว่ามีแรงงานหลบหนีนายจ้างประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำแรงงานที่กระทำผิดในภาคการเกษตรและประมงตามฤดูกาลเท่านั้น ไม่รวมถึงกิจการอื่น แต่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานด้านอื่นๆ และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศไทย
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโควต้าแรงงาน
การหลบหนีของแรงงานชาวชัยภูมิส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคนในจังหวัดที่จะไปสมัครงานในเกาหลีใต้ เนื่องจากประเทศต้นทางจะขึ้นบัญชีดำว่าแรงงานไทยขาดระเบียบวินัยและหลบหนีนายจ้าง ทำให้โควต้าแรงงานของจังหวัดชัยภูมิลดลง ซึ่งที่ผ่านมามี 4 จังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ
ข้อแนะนำสำหรับแรงงาน
นางชุติมายังฝากถึงแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้เดินทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีผู้ชักจูงไปทำงาน ควรตรวจสอบที่สำนักงานจัดหางานก่อนว่าตัวแทนจัดหางานได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงและหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินให้นายหน้าที่ไม่ได้รับอนุญาต เมื่อไปทำงานแล้วต้องปฏิบัติตามข้อตกลงกับนายจ้างอย่างเคร่งครัด
โทษของการหลบหนีนายจ้าง
แรงงานที่ไปทำงานในเกาหลีใต้ห้ามหลบหนีนายจ้าง หากถูกจับกุมจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนสัญญาจ้างและกฎหมายของเกาหลีใต้ ซึ่งอาจถูกดำเนินคดี จำคุก และส่งกลับประเทศไทย นอกจากนี้ยังถูกขึ้นบัญชีดำไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานในต่างประเทศได้อีก



