สหภาพแรงงานของบริษัทซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ ของเกาหลีใต้ ประกาศเดินหน้าแผนการนัดหยุดงานประท้วงในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ หลังจากความพยายามในการบรรลุข้อตกลงเรื่องโบนัสตามผลงานร่วมกับฝ่ายบริหารล้มเหลว โดยคาดว่าจะมีพนักงานเกือบ 48,000 คนพร้อมใจกันผละงานเป็นเวลา 18 วัน ท่ามกลางความกังวลว่าอาจกระทบเศรษฐกิจเกาหลีใต้และห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
สาเหตุของข้อพิพาท
ข้อพิพาทระหว่างกลุ่มแรงงานและฝ่ายบริหารยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยมีจุดชนวนสำคัญมาจากเรื่องโบนัสตามผลงานที่เชื่อมโยงกับรายได้ของธุรกิจชิปประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ ท่ามกลางวัฏจักรขาขึ้นของตลาดหน่วยความจำโลก แม้ว่ารายงานระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุความเข้าใจร่วมกันในเรื่องการยกเลิกเพดานการจ่ายโบนัสเดิม ซึ่งปัจจุบันจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 50% ของเงินเดือนประจำปีได้แล้ว แต่ประเด็นที่เป็นข้อติดขัดสำคัญคือโครงสร้างและสัดส่วนการกระจายเงินโบนัส
ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานต้องการให้จัดสรรเงินโบนัสในอัตราคงที่คิดเป็น 15% ของกำไรจากการดำเนินงานของแผนกเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมยกเลิกเพดานการจ่ายเงิน และต้องการให้ข้อตกลงนี้ถูกบรรจุเป็นระเบียบขององค์กรอย่างเป็นทางการในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่ปีเดียว รวมถึงเรียกร้องโบนัสให้กับหน่วยธุรกิจที่ยังประสบภาวะขาดทุนด้วย
ข้อเสนอของฝ่ายบริหาร
ฝ่ายบริหารเสนอให้คงระบบสิ่งจูงใจจากกำไรส่วนเกินแบบเดิม แต่ปรับให้คำนวณโบนัสจาก 10% ของกำไรจากการดำเนินงาน และเสนอให้มีระบบค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้มีความยืดหยุ่น
ปฏิกิริยาจากซัมซุง
แถลงการณ์ของซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ ระบุถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยชี้ว่าบริษัทได้พยายามโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องของสหภาพไปมากแล้ว แต่ทางสหภาพยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องที่สูงเกินไป โดยเฉพาะการเรียกร้องค่าตอบแทนจำนวนมหาศาลให้กับหน่วยธุรกิจที่ยังขาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้เนื่องจากขัดต่อหลักการบริหารจัดการพื้นฐานของบริษัท หลังจากการประกาศล้มโต๊ะเจรจาดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นของซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ ดิ่งลงทันทีประมาณ 3%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและซัพพลายชิป
การประท้วงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น สร้างความกังวลอย่างมากต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ เนื่องจากซัมซุงถือเป็นฟันเฟืองหลักที่แบกรับสัดส่วนการส่งออกเกือบ 1 ใน 4 หรือ 25% ของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่คิดเป็น 35% ของยอดส่งออกรวมทั้งหมด ซึ่งหากการประท้วงยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกของเกาหลีใต้
นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานชิปจากเกาหลีใต้ต่างแสดงความกังวลเช่นกัน เพราะซัมซุงคือผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดในโลก การหยุดชะงักของสายการผลิตอาจทำให้ปัญหาชิปขาดแคลนในยุค AI บูมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
มาตรการของรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ขู่ว่าจะใช้มาตรการอนุญาโตตุลาการฉุกเฉิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่แทบไม่เคยนำมาใช้ เพื่อสั่งระงับการประท้วงชั่วคราวเป็นเวลา 30 วันและบังคับให้กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในวันพุธนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลระบุว่า การใช้มาตรการดังกล่าวยังเร็วเกินไป และเชื่อว่ายังพอมีเวลาสำหรับการพูดคุย โดยนายพัค ซูคึน ประธานคณะกรรมการแรงงานที่เป็นตัวกลางระบุว่า รัฐบาลพร้อมที่จะเปิดกระบวนการไกล่เกลี่ยใหม่อีกครั้งได้ทุกเมื่อ หากทั้งสองฝ่ายพร้อมเผชิญหน้ากันอีกครั้ง



