กกพ. ปรับแผนจัดหา LNG เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ประกาศปรับแผนการจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมจำนวน 3 เที่ยวเรือ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยมีกำหนดส่งมอบในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน พ.ศ. 2569
การตัดสินใจจากที่ประชุม กกพ.
ในการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างรอบด้าน เพื่อวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับแผนจัดหา LNG เพิ่มเติมนี้ ภายหลังหารือร่วมกับชิปเปอร์ พบว่าแหล่งก๊าซบางส่วนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและเส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาค
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า "การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมี LNG เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการแสวงหาแหล่ง LNG เพิ่มเติมหรือทดแทนแหล่งเดิมในพื้นที่เสี่ยง"
อำนาจตามกฎหมายและมาตรการติดตาม
การจัดหา LNG เพิ่มเติมนี้เป็นไปตามอำนาจของ กกพ. ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการสั่งการให้ผู้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเจรจากับผู้ขายเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตและการจัดหาในกรณีขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งคราว เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของประเทศ
สำนักงาน กกพ. จะติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานโลกและการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง รวมทั้งกำกับดูแลกระบวนการจัดหา LNG และราคาพลังงานให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เชิญชวนประชาชนประหยัดพลังงานด้วยแนวทาง 5 ป.
นอกจากมาตรการจัดหา LNG แล้ว สำนักงาน กกพ. ยังขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ผ่านแนวทางง่ายๆ 5 ป. ดังนี้:
- ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน
- ปิด ไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
- ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส
- เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5
- ปลูก ต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน
แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถลดการใช้พลังงาน และลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนได้ควบคู่กัน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว



