IEA เสนอระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ พร้อมญี่ปุ่นประกาศปล่อย 16 มี.ค. หวังลดราคาน้ำมันดิบจากสงครามตะวันออกกลาง
วันนี้ (11 มี.ค.2569) มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวด้านพลังงานว่า ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้เสนอให้ปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อลดราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปริมาณการปล่อยดังกล่าวคาดว่าจะมากกว่าปริมาณที่เคยปล่อยสู่ตลาด 2 ครั้ง ในช่วงที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อปี 2022 ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 182 ล้านบาร์เรล โดยคาดว่า IEA จะตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวในวันนี้
กลุ่ม G7 สนับสนุนมาตรการเชิงรุก พร้อมญี่ปุ่นเดินหน้าปล่อยน้ำมันสำรอง
ล่าสุด รัฐมนตรีพลังงานกลุ่ม G7 ได้เปิดเผยภายหลังจัดการประชุมทางออนไลน์กับ IEA ว่า กลุ่ม G7 สนับสนุนในหลักการต่อการดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านอุปทานน้ำมันและความผันผวนของตลาด ซึ่งรวมถึงการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ เพื่อบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นจะไม่รอการตัดสินใจของ IEA เกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองระหว่างประเทศ แต่จะดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดผลกระทบภายในประเทศให้น้อยที่สุด โดยจะปล่อยน้ำมันสำรองภาคเอกชน 15 วัน และน้ำมันสำรองของรัฐบาลอีก 1 เดือน พร้อมประสานงานกับกลุ่ม G7 และ IEA เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการหยุดชะงักของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น น้ำมันเบนซิน
ญี่ปุ่นเผชิญความเสี่ยงสูงจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่เป็นอันดับ 5 โดยประมาณ 95% ของความต้องการมาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และประมาณ 70% ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะสงคราม น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีปริมาณมากกว่า 400 ล้านบาร์เรล ณ เดือน ธ.ค.2568
การดำเนินการครั้งนี้ของญี่ปุ่นและ IEA สะท้อนถึงความพยายามร่วมกันในการควบคุมราคาน้ำมันและรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง



