GGC ชี้ B10 คือทางรอดฝ่าวิกฤติน้ำมัน ช่วยเซฟเงินชาติ 2.5 หมื่นล้านบาท
GGC ชี้ B10 ทางรอดวิกฤติน้ำมัน เซฟเงินชาติ 2.5 หมื่นล้าน

GGC ชี้ B10 คือทางรอดฝ่าวิกฤติน้ำมัน ช่วยเซฟเงินชาติได้ 2.5 หมื่นล้านบาท

ในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ได้เสนอทางออกสำคัญด้วยการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจากปาล์มในประเทศจาก B5 เป็น B10 เพื่อพลิกวิกฤติด้านพลังงานให้เป็นโอกาสทอง

โอกาสจากวิกฤติ: ไบโอดีเซลคือพระเอก

กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ GGC ระบุว่า แม้บริษัทจะนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางไม่มาก แต่ภาพรวมของประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคนี้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 50% ซึ่งความเสี่ยงจากความขัดแย้งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นได้ ในภาวะเช่นนี้ ไบโอดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตจากปาล์มภายในประเทศ จะกลับมาเป็น พระเอก ในการกู้วิกฤติ

โดย GGC ประเมินว่า หากปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจากเดิม 5% (B5) ขึ้นเป็น 10% (B10) จะสามารถลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลที่ต้องนำเข้าได้ ซึ่งจะประหยัดเม็ดเงินให้ประเทศได้กว่า 25,000 ล้านบาท การผลักดันพลังงานทางเลือกนี้ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยามวิกฤติ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนผลักดันนโยบายและความร่วมมือ

กฤษฎา กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการผลักดันนโยบายการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B10 นั้น ได้มีการหารือเบื้องต้นร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC แล้ว ซึ่งครอบคลุมไปถึงการพูดคุยเรื่องการผลักดันการใช้เอทานอลในรูปแบบ E20 ด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ทางทีมงานของ GC จะเป็นผู้สรุปประเด็นทั้งหมดเพื่อนำไปรวบรวมกับทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จากนั้น กลุ่ม ปตท. จะเป็นผู้นำเสนอแนวทางดังกล่าวต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป

แผนธุรกิจและความพร้อมรับมือ

สำหรับแผนปี 2569 บริษัทมุ่งสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจควบคู่การขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยยกระดับประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเร่งขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) ให้ชัดเจนขึ้น พร้อมตั้งเป้าผลักดัน EBITDA เติบโต 10% และมีเป้าหมาย EBITDA แตะระดับ 1,200 ล้านบาท ภายในปี 2573

กฤษฎา กล่าวว่า แม้ประเทศไทยและภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกำแพงภาษี ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และราคาพลังงาน แต่ GGC มีความพร้อมในการรับมือและปรับตัว ด้วยศักยภาพด้านความยืดหยุ่นทางการเงินที่แข็งแกร่ง การบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ และสถานการณ์เป็นบริษัทที่ปราศจากภาระหนี้

โดยมีแผนลงทุนปี 2569 จำนวน 400 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว รวมถึงการบริหารสภาพคล่องผ่านการลงทุนในเงินฝากระยะสั้นและการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ