ศบก. ขยายเพดานน้ำมันดีเซล B7 ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร พรุ่งนี้ขึ้น 50 สตางค์
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ได้มีมติสำคัญในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เพดานราคาน้ำมันดีเซล B7 จะถูกขยายจากเดิมไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร โดยจะเริ่มทยอยปรับขึ้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (18 มีนาคม) ในอัตรา 50 สตางค์ต่อลิตร เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนและราคาสินค้า
การปรับราคาและมาตรการเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ศบก. ยังได้เพิ่มตัวเลือกเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ โดยปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ B20 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นเป็น 10% และ 20% ตามลำดับ โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาทต่อลิตร ส่วน B20 สำหรับรถบรรทุกจะถูกกว่า B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร แต่จะจำหน่ายเฉพาะที่คลังน้ำมันเท่านั้น เพื่อลดปัญหาการจราจร
สำหรับน้ำมันเบนซินนั้น จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน โดยปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยเฉพาะ E20 ที่จะปรับลดลง 79 สตางค์ต่อลิตร ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 จะปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร ทำให้ผลต่างราคาระหว่างสองชนิดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5 บาท
สถานการณ์น้ำมันและมาตรการแก้ไข
นายอรรถพล ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบันว่า มีการยืนยันแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากแองโกลาและสหรัฐอเมริกา ทำให้น้ำมันสำรองต้นทางสามารถใช้ได้จริงเป็น 101 วัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่สถานีบริการ เนื่องจากความแตกตื่นของประชาชนที่เติมน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดขายบางวันเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า และรอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศบก. ได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ เช่น การกำหนดอายุรถขนส่งน้ำมัน และกระชับขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน
การควบคุมการกักตุนและข้อแนะนำ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังเน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมการกักตุนน้ำมันและการขายราคาเกินควร โดยจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบการค้าน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือค้ากำไรเกินควร
ท้ายที่สุด ศบก. ขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการกักตุนน้ำมัน และใช้เชื้อเพลิงในปริมาณปกติ เพื่อช่วยให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมเชิญชวนให้เติมน้ำมัน E20 มากขึ้น เนื่องจากรถรุ่นใหม่กว่า 60% ในปัจจุบันสามารถใช้งานได้ แต่ยอดขายยังคงต่ำอยู่ที่เพียง 16% ของการขายน้ำมันเบนซินทั้งหมด



