ดีเซล B20 เริ่มจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคาถูกกว่าดีเซลทั่วไป 5 บาทต่อลิตร
รัฐบาลไทยได้เปิดตัวน้ำมันดีเซล B20 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าดีเซลทั่วไปหรือดีเซล B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกพลังงานที่ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม
รายละเอียดของดีเซล B20 และประโยชน์ที่ได้รับ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ดีเซล B20 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของไทยในสัดส่วน 20% ซึ่งรถที่รองรับสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับดีเซลทั่วไป โดยจุดเด่นหลักคือช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศ
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมาตรการดูแลราคาดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งานและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบเชิงบวกต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม
มาตรการดังกล่าวจะช่วยภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนด้านพลังงานสูง ให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นราคาสินค้าและเป็นผลดีต่อประชาชนในภาพรวม
ขณะเดียวกัน ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้ โดยสถานีบริการน้ำมันบางจากเริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังพระโขนง สถานีบริการน้ำมัน OR ที่คลังสงขลาและคลังสระบุรี และสถานีบริการน้ำมัน Shell คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายต้นเดือนเมษายน
การส่งเสริมการใช้ดีเซล B20 และผลประโยชน์ต่อเกษตรกร
นอกจากนี้ การส่งเสริมการใช้ B20 ยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคาผลผลิตและช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว
นางสาวรัชดา กล่าวเสริมว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลต้นทุนพลังงานของประชาชนและผู้ประกอบการควบคู่กัน การส่งเสริมดีเซล B20 จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคการเกษตร และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว"



