นายกฯ เตือนวิกฤตพลังงานรุนแรง น้ำมันแพง-หาได้ยาก กำชับ WFH พร้อมมาตรการบรรเทาผลกระทบ
วันนี้ (6 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul เพื่อเตือนถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่หลายประเทศกำลังเผชิญ โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงและยกระดับขึ้น ส่งผลให้เกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงวิกฤตพลังงานโลกจากสงครามตะวันออกกลาง
นายอนุทิน ระบุว่า สภาวะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ ทำให้โลกเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตพลังงานอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันที่ต้องขนส่งจากภูมิภาคดังกล่าวไปทั่วโลก ซึ่งเชื่อได้ว่าความขัดแย้งอาจกินเวลายาวนานกว่าจะถึงบทยุติ
ปัญหาที่หลายประเทศจะต้องเผชิญต่อไปคงไม่ใช่เพียงแต่น้ำมันจะมีราคาแพงขึ้นมากเท่านั้น แต่การจัดหาน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจะทำได้ยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากทุกแหล่งที่มีในโลกนี้ แม้ประเทศไทยมีการสำรองน้ำมันอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่ยังมีความเปราะบางในฐานะที่เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันในปริมาณที่สูงจากประเทศผู้ค้าน้ำมันต่างๆ
มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จึงไม่อาจนิ่งนอนใจและบริหารจัดการเรื่องน้ำมันในรูปแบบเดิมที่เคยทำอยู่ได้ ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจในเหตุการณ์และหาหนทางบริหารสภาวะน้ำมันภายในประเทศ ให้มีผลกระทบที่น้อยที่สุดต่อประชาชน
ในภาคส่วนราชการ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ข้าราชการทำงานจากบ้าน หรือ Work From Home (WFH) รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนอื่นๆ ไปก่อนหน้านี้ "วันนี้จำเป็นต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานราชการดำเนินการอย่างเข้มงวดในทางปฏิบัติ และขอความร่วมมือประชาชนและภาคเอกชนให้ร่วมกันประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น WFH หรือ WFA (Work From Anywhere - ทำงานจากทุกที่ที่มีความสะดวก) ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การใช้ยานพาหนะร่วมกันในลักษณะ Carpool รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างตระหนักรู้" นายอนุทิน กล่าว
ความเชื่อมั่นในรัฐบาลและโอกาสในวิกฤต
นายอนุทิน ยังระบุว่า ในอนาคตอันใกล้อาจมีมาตรการอื่นๆ ที่จะแจ้งต่อประชาชน พร้อมเหตุผลเพื่อความเข้าใจและความร่วมมือกันต่อไป ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ และยังเชื่อมั่นว่าในทุกวิกฤตมักมีโอกาสควบคู่กันเสมอ และตนสามารถสร้างโอกาสมาชดเชยและทดแทนสิ่งที่ต้องสูญเสียไปในห้วงวิกฤตได้ทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น ด้วยพลังแห่งความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย พวกเราจะสามารถฟันฝ่าและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเหมือนทุกครั้ง
วันนี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.ดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งแก้ไขปัญหาและขจัดอุปสรรคต่างๆ เพื่อนำคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกลับคืนมายังประชาชนโดยเร็วที่สุด



