นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่นน้ำมัน ย้ำไม่บีบโรงกลั่นเกินไป
วันนี้ (4 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาลดค่ากลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง โดยคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่า ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว หลังพยายามเจรจากับโรงกลั่นและนำตัวเลขต่างๆ มาหารือกันอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทินเปิดเผยว่า เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า โดยย้ำว่า "ต้องให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ ไม่ใช่บีบบังคับ" เพราะหากโรงกลั่นรู้สึกว่าขายแล้วไม่คุ้มค่าการกลั่นและหยุดผลิต จะยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้น
ย้ำราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่สามารถอุ้มได้ตลอด
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนมาร้องเรียนเรื่องราคาน้ำมันแพงว่า จริงๆ แล้วกองทุนน้ำมันยังอุ้มราคาอยู่ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่ ไม่สามารถอุ้มตรงนี้ไปตลอดได้ รัฐบาลจึงต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นเป็นอีกทางหนึ่ง
นายอนุทินเน้นย้ำว่า "ราคาน้ำมันต้องเป็นไปตามกลไกตลาด" พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้น้ำมันอย่างประหยัดมากขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์นี้ เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน 100% และไม่ใช่ผู้กำหนดราคาในตลาดโลก
มาตรการประหยัดพลังงานและควบคุมการกักตุน
นายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางประหยัดพลังงาน เช่น การใช้รถร่วมกันมากขึ้น การใช้รถไฟฟ้าในครัวเรือนที่มี และการเติมน้ำมันแบบปกติ ไม่ต้องขนแกลลอนไปกักตุน เพราะจะทำให้เกิดการขาดน้ำมันในระบบ
นอกจากนี้ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงานในช่วงที่โลกมีวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ส่งออกน้ำมัน รวมถึงการเตรียมพร้อมสภาวะขาดแคลนน้ำมันและความผันผวนของราคา
ความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร
นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตรว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการขยายผลและจะดำเนินคดีกับผู้ที่ค้ากำไรเกินควร รวมถึงผู้กักตุนน้ำมัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
"ที่ตนเงียบมาตลอดเพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิด ไม่ให้ข่าวรั่วออกไป" นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า สามารถติดตามเส้นทางของคนเหล่านี้ได้ทั้งหมดภายในไม่ถึง 1 สัปดาห์ และเชื่อว่าจากนี้ไปการควบคุมปริมาณน้ำมันจะไม่มีการรั่วไหล
เตรียมหารือในที่ประชุม ครม. นัดพิเศษ
เมื่อถามว่าจะนำเรื่องน้ำมันเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันที่ 6 เมษายนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า มีบางประเด็น เช่น การจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน (ศบก.) ใหม่แทนชุดเดิมที่จะสิ้นสุดไปพร้อมคณะรัฐมนตรีชุดเดิม
หลังจากนี้จะเน้นเรื่องการควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงการหามาตรการอื่นๆ ในการช่วยเหลือประชาชน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอโมเดลคร่าวๆ แล้ว
นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางที่จะช่วยลดค่าครองชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ย้ำอีกครั้งว่าราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก และไม่สามารถอุ้มด้วยการใช้กองทุนน้ำมันไปตลอดได้ จึงต้องนำมาตรการอื่นๆ มาช่วยเหลือประชาชนด้วยเช่นกัน



