สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกและเศรษฐกิจ
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังส่อเค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความกังวลต่อตลาดน้ำมันโลกและเศรษฐกิจโดยรวม โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินสถานการณ์ตลาดน้ำมันสำหรับสัปดาห์วันที่ 30 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 และให้แนวโน้มสำหรับสัปดาห์วันที่ 6-10 เมษายน 2569 ว่า ความตึงเครียดนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยทางทหารที่ส่งผลต่อความไม่แน่นอน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นคือ การที่เรือ USS Tripoli พร้อมด้วยทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ จำนวน 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กำลังพิจารณายกระดับสงครามต่ออิหร่าน สร้างความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเปิดปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดิน นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ ยังเผยว่ากองกำลังสหรัฐฯ อาจเข้ายึดเกาะ Kharg ซึ่งเป็นเกาะที่อิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันมากกว่า 90% ของการส่งออกทั้งหมด และต้องการควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน
ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 กลุ่ม Houthi ในเยเมนประกาศเข้าร่วมสงครามในตะวันออกกลาง ด้วยการใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล และจะโจมตีต่อไปจนกว่าการโจมตีอิหร่านและเลบานอนจะยุติลง พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าอาจโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ Bab El-Mandeb ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
Bloomberg รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียผ่านบริษัท Saudi Aramco ส่งน้ำมันดิบผ่านท่อ East-West เต็มกำลังที่ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบสำหรับส่งออกที่ท่า Yanbu ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และน้ำมันดิบสำหรับป้อนโรงกลั่นในประเทศ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 6.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก (GDP) ในปี 2569 จะเติบโต 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชะลอลงจากปี 2568 ซึ่งเติบโต 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง และเตือนว่าหากสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญกับความผันผวน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มในระยะสั้นและระยะยาว



