ราคาน้ำมันโลกปรับลดเล็กน้อย หลังข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านอาจเจรจายุติสงคราม
วันที่ 25 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 2 หลังจากแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวัน สาเหตุหลักมาจากตลาดขานรับข่าวลือว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบสัญญาล่วงหน้าเบรนท์ลดลงร้อยละ 2.2 ปิดที่ 102.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลงในอัตราเดียวกัน ปิดที่ 90.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยในช่วงต้นการซื้อขาย ราคาเบรนท์เคยร่วงลงไปถึงร้อยละ 7 ก่อนจะฟื้นตัวบางส่วน
นักวิเคราะห์เตือนยังไม่ใช่สัญญาณบวก หลายประเทศเผชิญวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิง
แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่ายังไม่ใช่สัญญาณบวกที่จะวางใจได้ เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกยังคงเผชิญวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ย้ำว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันในขณะนี้เป็นเพียงสภาวะชั่วคราว และคาดว่าราคาจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอาจยังไม่สะท้อนถึงสถานการณ์จริงในตลาด เนื่องจากอุปทานเชื้อเพลิงยังคงตึงตัวในหลายพื้นที่
ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ประชาชนประท้วงเรียกร้องขึ้นค่าแรง
วิกฤตราคาน้ำมันที่สูงลิ่วได้นำมาซึ่งกระแสการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในหลายประเทศ ตัวอย่างเช่น ในฟิลิปปินส์ กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงานหลายสิบคนรวมตัวประท้วงใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวานนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง เหตุประท้วงนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ โดยระบุว่าประเทศกำลังเผชิญอันตรายต่อความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเป็นหลัก
ภายใต้ประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี รัฐบาลได้รับอำนาจในการจัดซื้อเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยตรง เพื่อให้มั่นใจในอุปทานที่เพียงพอและทันเวลา แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวแย้งว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่เข้าถึงคนทำงานทั่วไป พร้อมเสนอให้ปรับขึ้นค่าแรงแบบถ้วนหน้า จำนวน 1,200 เปโซ (ประมาณ 650 บาท) เพื่อชดเชยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำในกรุงมะนิลาอยู่ที่ประมาณ 695 เปโซ (380 บาท) ต่อวันเท่านั้น
นอกจากนี้ กลุ่มพนักงานภาคการขนส่ง ผู้โดยสาร และกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยการนัดหยุดงานประท้วงใหญ่เป็นเวลา 2 วัน เพื่อแสดงพลังต่อต้านราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลมาร์กอส ขณะที่ผู้นำฟิลิปปินส์ยืนยันว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้ต้องการให้ทุกคนตื่นตระหนก แต่เพื่อประเมินและบรรเทาสถานการณ์ในช่วงนี้ พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจว่าประเทศยังมีน้ำมันสำรองเพียงพออย่างน้อย 45 วันและกำลังจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม
อินเดียเผชิญวิกฤตก๊าซหุงต้มขาดแคลน ประชาชนรวมตัวประท้วงที่รัฐสภา
ภาพการประท้วงลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านรวมตัวประท้วงบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อวิกฤตก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่กำลังลุกลามไปทั่วประเทศ บรรยากาศการประท้วงเต็มไปด้วยการชูภาพจำลองถังแก๊สและการตะโกนคำขวัญขับไล่รัฐบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวางกำลังเข้มงวดรอบพื้นที่รัฐสภา
วิกฤตนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อการหุงต้มในครัวเรือน แต่ยังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจในภาพรวมของอินเดีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยอินเดียนำเข้าก๊าซ LPG จากตะวันออกกลางถึง 90% ของการนำเข้าทั้งหมด ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โซมาเลียขาดแคลนเชื้อเพลิง คนขับรถตุ๊กตุ๊กต้องจอดรถเลิกอาชีพ
ในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย วิกฤตการขาดแคลนเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังบีบให้คนขับรถตุ๊กตุ๊กจำนวนมากต้องตัดสินใจจอดรถ และละทิ้งอาชีพที่เคยเลี้ยงดูครอบครัวมาอย่างยาวนาน คนขับรถเช่าเปิดเผยว่า ราคาน้ำมันขยับเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากเดิมลิตรละ 0.65 ดอลลาร์ พุ่งสูงเป็น 1.40 ดอลลาร์ ส่งผลให้กำไรที่เคยได้หลังหักค่าเช่ารถแทบไม่เหลือติดกระเป๋า
ปัจจุบันรายได้ต่อวันไม่ถึง 30–40 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ พร้อมระบุว่าขณะนี้ต้องใช้วิธีแบ่งซื้อน้ำมันใส่ขวดเพื่อประทังไปวัน ๆ เนื่องจากไม่มีเงินพอจะเติมให้เต็มถัง นอกจากต้นทุนที่สูงขึ้นแล้ว จำนวนผู้โดยสารยังลดลงอย่างมาก เนื่องจากชาวเมืองยอมเดินเท้าในระยะไกลแทนการจ่ายค่าโดยสารที่ต้องปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้รถตุ๊กตุ๊กจำนวนมากจอดนิ่งอยู่ริมถนน กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตพลังงานที่กระทบชีวิตผู้คนอย่างรุนแรง
วิกฤตพลังงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง และความล้มเหลวของรัฐบาลหลายประเทศในการจัดการกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงสำหรับประชาชนในหลายพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง



