อิสราเอลโจมตี 'เซาท์ พาร์ส' แหล่งก๊าซใหญ่สุดโลก สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลกทันที
อิสราเอลโจมตีเซาท์ พาร์ส สั่นตลาดพลังงานโลก

อิสราเอลโจมตี 'เซาท์ พาร์ส' แหล่งก๊าซใหญ่สุดโลก สั่นสะเทือนตลาดพลังงานโลกทันที

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ระยะอันตรายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อกองกำลังอิสราเอลตัดสินใจโจมตีโรงงานในแหล่งผลิตก๊าซ เซาท์ พาร์ส (South Pars) ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีการมุ่งเป้าไปยังแหล่งผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านและการโจมตีตอบโต้อย่างดุเดือดระหว่างทั้งสองฝ่าย

การตอบโต้ที่ขยายวงกว้างและผลกระทบต่อตลาดโลก

อิหร่านไม่ได้นิ่งเฉยต่อการสูญเสียครั้งนี้ โดยได้ส่งโดรนและขีปนาวุธเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเป็นการตอบโต้ที่อิสราเอลใช้พื้นที่และทรัพยากรในภูมิภาคในการปฏิบัติการ ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในทันที สร้างความกังวลให้กับตลาดพลังงานโลกอย่างมาก

รู้จัก 'เซาท์ พาร์ส' แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เซาท์ พาร์ส ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งทรัพยากรทั่วไป แต่คือแหล่งก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 9,700 ตารางกิโลเมตร โดยมีการแบ่งเขตครอบครองระหว่างอิหร่าน (ฝั่งเซาท์ พาร์ส พื้นที่ 3,700 ตารางกิโลเมตร) และกาตาร์ (ฝั่งนอร์ท โดม พื้นที่ 6,000 ตารางกิโลเมตร) แหล่งพลังงานนี้มีปริมาณก๊าซสำรองมหาศาลถึงประมาณ 51 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 19 ของปริมาณก๊าซสำรองทั้งหมดของโลก ข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศระบุว่าแหล่งนี้มีก๊าซธรรมชาติอยู่ถึง 1,800 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และก๊าซธรรมชาติเหลวอีกกว่า 50,000 ล้านบาร์เรล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจอิหร่าน

สำหรับอิหร่าน เซาท์ พาร์ส คือกระดูกสันหลังของระบบพลังงานในประเทศ โดยทำหน้าที่ผลิตก๊าซธรรมชาติเลี้ยงคนทั้งชาติถึงร้อยละ 70 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด ก๊าซจากที่นี่ถูกส่งไปยังเมืองอาซาลูเยห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชายฝั่งที่รวบรวมโรงกลั่น โรงงานปิโตรเคมี และสถานีส่งออกไว้ในที่เดียว ความสำคัญของเซาท์ พาร์สต่ออิหร่านนั้นมีมหาศาล ดังนี้

  • ผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรม: ก๊าซจากแหล่งนี้เป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
  • ผลิตน้ำมันเบนซิน: เซาท์ พาร์ส มีส่วนช่วยในการผลิตเบนซินของอิหร่านถึงร้อยละ 40 หรือมากกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน
  • ส่งออก: แม้เผชิญการคว่ำบาตร อิหร่านยังส่งก๊าซไปยังอิรัก ซึ่งพึ่งพาก๊าซจากอิหร่านถึงร้อยละ 30-40 ของความต้องการทั้งหมด
  • จีดีพี: การดำเนินงานของแต่ละเฟสในเซาท์ พาร์ส ช่วยเพิ่มจีดีพีของประเทศได้ราวร้อยละ 1 โดยเฟสที่ 12 เพียงเฟสเดียวสามารถเพิ่มจีดีพีได้ถึงร้อยละ 3

ความเปราะบางภายใต้ความยิ่งใหญ่

แม้จะเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุด แต่ฝั่งอิหร่านกลับเผชิญปัญหาประสิทธิภาพการผลิตที่ต่ำกว่าฝั่งกาตาร์อย่างมาก ก่อนเกิดการสู้รบ กาตาร์ผลิตก๊าซได้ถึง 18,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่อิหร่านผลิตได้เพียง 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเท่านั้น ความล้าหลังนี้เกิดจากการถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกมายาวนาน ทำให้ขาดแคลนเทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษาแรงดันในแหล่งก๊าซ อิหร่านพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการลงนามสัญญาจ้างบริษัทในประเทศมูลค่ากว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อติดตั้งระบบเพิ่มแรงดัน

สงครามพลังงานและผลกระทบรุนแรง

การโจมตีของอิสราเอลที่อาซาลูเยห์และเซาท์ พาร์ส ได้เปลี่ยนโฉมหน้าความขัดแย้งจากสงครามตัวแทนไปสู่ สงครามพลังงานเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการทำสงครามบั่นทอนทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนที่สุดของอิหร่าน ผลกระทบจากการโจมตีครั้งล่าสุดมีความรุนแรงอย่างมาก เช่น

  • ผลผลิตลดลง: เบื้องต้นคาดว่าปริมาณการผลิตก๊าซของอิหร่านหายไปทันทีร้อยละ 12
  • โรงกลั่นหยุดชะงัก: โรงกลั่น 2 แห่งต้องหยุดดำเนินการ ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • วิกฤตไฟฟ้า: ชาวอิหร่านอาจต้องเผชิญกับภาวะไฟดับและขาดแคลนเชื้อเพลิงในฤดูหนาวที่รุนแรงขึ้น
  • ความเสี่ยงระดับโลก: หากโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหนัก การซ่อมแซมอาจใช้เวลานานหลายปี

คำขู่และการตอบโต้ที่เพิ่มความตึงเครียด

สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียล โดยปฏิเสธว่าสหรัฐฯ ไม่รู้เห็นกับการโจมตีของอิสราเอล แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ส่งคำเตือนไปยังอิหร่านว่า หากยังไม่หยุดโจมตีกาตาร์ สหรัฐฯ จะใช้กำลังอำนาจแบบที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ในการระเบิดทำลายพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ให้สิ้นซาก ในขณะที่อิหร่านเองก็ได้ประกาศรายชื่อเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตีตอบโต้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงนิคมอุตสาหกรรมราส ลาฟฟาน ในกาตาร์ และโรงกลั่นน้ำมันแซมเรฟ ในซาอุดีอาระเบีย

อนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

เซาท์ พาร์ส ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งก๊าซ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความขัดแย้ง ในขณะที่โลกกำลังพยายามเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แต่ฟอสซิลที่ฝังตัวอยู่ใต้ดินแห่งนี้ ยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจและความขัดแย้งโลก หากความพยายามในการลดระดับความขัดแย้งยังไม่เป็นผล ความยิ่งใหญ่ของเซาท์ พาร์ส อาจกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ทิ้งไว้ซึ่งวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยเผชิญ