วิกฤติ 'สองตลาดน้ำมัน' ในไทย: ปั๊มอิสระขาดทุน-ประชาชนแย่งซื้อ ต้นตอจากกลไกราคาบิดเบี้ยว
แม้ว่าภาครัฐจะออกมาประกาศยืนยันตลอดเวลาว่า มีสต็อกน้ำมันเพียงพอ และน้ำมันดิบยังมีพอใช้ได้นานถึง 3 เดือน แต่ในภาคปฏิบัติ กลับพบภาวะน้ำมันขาดตลาด จนส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ปรัชญ์อร ประหยัดทรัพย์ บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวในข่าวค่ำไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากน้ำมันหมดประเทศ แต่เกิดจากกลไกราคาที่บิดเบี้ยวจนเกิด "ปัญหาสองตลาด" และนโยบายตรึงราคาที่กลายเป็นตัวเร่งความตื่นตระหนก
ปัญหาสองตลาด: ชนวนเหตุของการ "แย่งซื้อ" หน้าปั๊ม
หัวใจสำคัญของปัญหานี้คือ ความต่างของราคาน้ำมันระหว่าง "ตลาดขายปลีกหน้าปั๊ม" กับ "ตลาดขายส่ง/อุตสาหกรรม" ตลาดแรก ซึ่งเป็นปั๊มแบรนด์ใหญ่ ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาดีเซลถูกตรึงไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ในขณะที่ตลาดที่สอง ซึ่งรวมถึงปั๊มอิสระและภาคอุตสาหกรรม ปั๊มอิสระที่มีจำนวนมากเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศ ต้องซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นหรือพ่อค้าคนกลาง (จ็อบเบอร์) ในราคาตลาดโลกที่ไม่มีการชดเชย ซึ่งปัจจุบันราคาสูงกว่าหน้าปั๊มเกือบ 10-18 บาทต่อลิตร
ผลที่ตามมาคือ เมื่อปั๊มอิสระซื้อน้ำมันมาขายแล้วขาดทุน จึงหยุดจำหน่าย ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมและรถขนส่งขนาดใหญ่ที่เคยซื้อน้ำมันลอตใหญ่ ก็หันมา "แย่งเติม" น้ำมันราคาถูกที่ปั๊มแบรนด์ใหญ่แทน ทำให้ความต้องการใช้ที่ปั๊มแบรนด์ใหญ่พุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่าตัว จนรถขนส่งน้ำมันกระจายสินค้าไม่ทัน
ความตื่นตระหนกเร่งวิกฤติ: การขนส่งสะดุดและปั๊มขาดแคลน
ตรงกับที่ สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบายว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดความกังวลเรื่องสถานการณ์พลังงานโลก ทำให้ประชาชนจำนวนมากแห่เติมน้ำมันจนยอดเติมเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 3 เท่า ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการบางแห่งไม่ทันกับความต้องการในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะปั๊มขนาดเล็ก หรือปั๊มอิสระ ที่ซื้อน้ำมันผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือที่เรียกว่า "จ็อบเบอร์" ขณะที่ปั๊มขนาดใหญ่ จะมีสัญญากับโรงกลั่นระยะยาว ทำให้ไม่ขาดแคลนน้ำมัน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันประมาณ 26,000 ปั๊ม เป็นปั๊มขนาดใหญ่ 8,500 แห่ง ที่เหลืออีก 17,500 แห่ง เป็นปั๊มอิสระ ซึ่งจะมีรถน้ำมันทยอยมาส่งในแต่ละวัน แต่เมื่อประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและแห่ไปเติมน้ำมัน จนยอดเติมเพิ่มขึ้น 3 เท่า ทำให้การขนส่งน้ำมันสะดุดและน้ำมันในปั๊มมีไม่เพียงพอ
ข้อเสนอแก้ไข: จากลดภาษีสู่การสื่อสารที่ชัดเจน
ทั้งนี้ มีข้อเสนอหลายทางเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ตั้งแต่
- ลดภาษีสรรพสามิต
- เพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล
- ไปจนถึงการปรับราคาแบบขั้นบันได



