ศรีลังกาประกาศมาตรการใหม่: วันพุธเป็นวันหยุดราชการ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน
รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศให้วันพุธทุกสัปดาห์เป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการ เริ่มตั้งแต่วันนี้ (17 มีนาคม 2569) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประหยัดพลังงานและลดการใช้เชื้อเพลิง หลังประเทศประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง จากผลกระทบของความไม่สงบและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
สาเหตุหลัก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลต่อการขนส่งน้ำมัน
มาตรการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการรัดเข็มขัดล่าสุดที่ศรีลังกาดำเนินการ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญจากอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย ถูกปิดกั้นบางส่วน ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลหยุดชะงัก โดยน้ำมันกว่า 90% ที่ส่งไปยังเอเชียต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
ประธานาธิบดีอานูรา กุมารา ดิสซานายาเก ของศรีลังกา กล่าวในการประชุมฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อวันจันทร์ว่า "เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งเลวร้ายที่สุด แต่ก็ต้องหวังสิ่งที่ดีที่สุด" ซึ่งสะท้อนถึงความวิตกกังวลของรัฐบาลต่อสถานการณ์พลังงานที่เลวร้ายลง
ผลกระทบต่อตลาดโลกและมาตรการอื่นๆ
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีเรือและคลังเชื้อเพลิงของอิหร่าน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 7% ในช่วงเวลาสั้นๆ นอกจากนี้ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ได้ลงมติระบายคลังน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้
แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะพยายามควบคุมสถานการณ์กับอิหร่าน แต่ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป จนนำไปสู่การเรียกร้องให้เรือรบพันธมิตรเข้าช่วยเหลือในภูมิภาค ขณะที่ผู้นำจอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยืนยันว่าชาติอาหรับไม่ใช่ส่วนหนึ่งของศึกในตะวันออกกลางนี้
อนาคตของศรีลังกาและแนวทางการแก้ไข
การประกาศวันพุธเป็นวันหยุดราชการนี้ คาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานในภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประหยัดไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในอาคารสำนักงานและยานพาหนะของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริการสาธารณะในระยะสั้น รัฐบาลศรีลังกาจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพิจารณามาตรการเสริมอื่นๆ หากวิกฤตพลังงานยังคงยืดเยื้อ
วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบศรีลังกา แต่ยังส่งผลต่อหลายประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลกและอาจนำไปสู่การปรับตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อไป



