คนไทยกังวลหนัก! ผลสำรวจชี้ ประชาชนหวังรัฐฯ ตรึงราคาน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม หลังพลังงานพุ่ง
ผลสำรวจความคิดเห็นจากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความกังวลอย่างมากต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน โดยต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดำเนินการตรึงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น
ผลสำรวจสะท้อนความกังวลและความเปราะบางทางการเงิน
การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,347 คนทั่วประเทศ พบว่า ร้อยละ 45.88 รู้สึกกังวลมากจากข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ในขณะที่ ร้อยละ 44.10
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยให้เห็นถึงความเปราะบางทางการเงินของประชาชน โดย ร้อยละ 30.51 ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า หากราคาพลังงานสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพ พวกเขาจะมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่ายเพียงประมาณ 1–3 เดือนเท่านั้น
มาตรการรับมือและความคาดหวังจากรัฐบาล
เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนส่วนใหญ่เตรียมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 69.93
ในด้านความคาดหวังต่อรัฐบาล ร้อยละ 71.05 ของกลุ่มตัวอย่างต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือน
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและแนวทางแก้ไข
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า พลังงานกลายเป็นความกังวลสำคัญของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายเพิ่มเติมว่า ประชาชนคาดหวังมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยเฉพาะการตรึงราคาพลังงานและก๊าซหุงต้ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อาจปรับตัวตามต้นทุนพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ผลโพลยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่เพียงการควบคุมราคาพลังงานที่เป็นต้นทุนการผลิตหลักเท่านั้น แต่ยังต้องป้องกันการปรับราคาของสินค้าและบริการ เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมให้เดินหน้าต่อไปได้
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องตระหนักถึงภาระทางการคลังและหนี้สาธารณะที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกใช้มาตรการตรึงราคา และต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน



