กรมธุรกิจพลังงานชี้แจง ปรับค่าการกลั่นน้ำมันจาก 2 เป็น 6 บาท/ลิตร เป็นไปตามกลไกตลาดโลก
กรมธุรกิจพลังงานชี้แจง ปรับค่าการกลั่นน้ำมันตามกลไกตลาดโลก

กรมธุรกิจพลังงานยืนยัน ปรับค่าการกลั่นน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดโลก

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ออกมายืนยันและชี้แจงกรณีที่กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมได้ปรับขึ้นค่าการกลั่นน้ำมันจากเดิมราคา 2 บาทต่อลิตร เป็น 6 บาทต่อลิตร โดยระบุว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และการปรับเปลี่ยนนี้เป็นไปตามกลไกราคาตลาดโลกและสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน

กลไกตลาดกำหนดราคา ไม่ใช่โรงกลั่นในประเทศ

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานอธิบายว่า ค่าการกลั่นที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นมาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น กลุ่มเบนซิน ดีเซล และ LPG ซึ่งมีราคาอ้างอิงตามตลาดภูมิภาค และ ราคาน้ำมันดิบ ที่อ้างอิงตามกลไกตลาดจากการซื้อขายล่วงหน้า ทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้ถูกกำหนดราคาโดยโรงกลั่นในประเทศไทย แต่เป็นราคาตลาดสากลที่อาจมีความแตกต่างกันออกไปในบางสถานการณ์

นายสราวุธ ยังเน้นย้ำว่า ค่าการกลั่นไม่ได้สะท้อนผลกำไรของบริษัทโรงกลั่น แต่เป็นดัชนีชี้วัดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวันเท่านั้น ในบางกรณี หากโรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าในราคาสูง แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปลดต่ำกว่าต้นทุน ก็อาจทำให้บริษัทขาดทุนได้ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อประชาชนและการบริหารจัดการของรัฐบาล

สำหรับข้อกังวลว่าการปรับขึ้นค่าการกลั่นอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในการซื้อน้ำมันสำเร็จรูปตามสถานีบริการนั้น อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานชี้แจงว่า สิ่งที่ประชาชนจะต้องเผชิญโดยตรงคือราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว โดยรัฐบาลมีหน้าที่บริหารจัดการและช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ปัจจุบันยังคงใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาสนับสนุน ซึ่งส่งผลให้สถานะกองทุนดังกล่าวติดลบแล้วกว่า 8,070 ล้านบาท หรือเฉลี่ยติดลบ 1,520 ล้านบาทต่อวัน

นอกจากนี้ นายสราวุธ ยังเปิดเผยว่า หลังจากสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันในวันที่ 17 มีนาคมนี้ อาจต้องมีการหารือและทยอยปรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะมีความชัดเจนในวันที่ 16 มีนาคมนี้

ความคืบหน้าการประสานงานซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

ในส่วนของการประสานงานซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซียตามข้อสั่งการของรัฐบาลนั้น อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า กระทรวงพลังงานได้จัดทำข้อมูลวางแนวทางเพื่อเป็นทางเลือกในการรับซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังสหรัฐอเมริกายกเลิกคว่ำบาตรชั่วคราว โดยจากการสอบถามกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศพบว่า น้ำมันจากรัสเซียสามารถนำมาใช้กับโรงกลั่นในประเทศไทยได้ หลังจากนี้จะต้องประสานความร่วมมือกับโครงการและท่าเรือที่เข้าถึงการขนส่งกับรัสเซีย ส่วนราคารับซื้อจะอ้างอิงราคาน้ำมันดิบจากตลาดโลกเป็นหลัก

สรุปแล้ว การปรับค่าการกลั่นน้ำมันในครั้งนี้เป็นไปตามกลไกตลาดโลกและต้นทุนจริง โดยไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น และรัฐบาลจะต้องติดตามบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนต่อไป