วิกฤตก๊าซหุงต้มอินเดีย-เนปาล ราคาพุ่งสูง-ร้านอาหารหันใช้ฟืน กระทบจากตะวันออกกลาง
สถานการณ์พลังงานโลกยังคงเผชิญกับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวกลับไปเกินระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนก๊าซหุงต้มหรือ LPG ได้เข้าสู่จุดวิกฤต โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด
ร้านอาหารในบังกาลอร์หันใช้ฟืนแทนก๊าซ ยอดขายตกกว่า 70%
ในเมืองบังกาลอร์ ร้านอาหารหลายแห่งถูกบังคับให้หันกลับมาใช้ "ฟืน" ในการปรุงอาหารแทนก๊าซหุงต้ม เนื่องจากไม่สามารถหาซื้อ LPG ได้เพียงพอ ส่งผลให้ยอดขายของร้านอาหารเหล่านี้ตกลงมากกว่า 70% อย่างน่าตกใจ พนักงานจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในบังกาลอร์เปิดเผยว่า แม้การใช้ฟืนจะก่อให้เกิดปัญหาในด้านความสะอาด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาก๊าซ LPG ในตลาดมืดได้พุ่งสูงขึ้นไปถึง 4,000-5,000 รูปี หรือประมาณ 1,700-2,100 บาทต่อถัง ซึ่งแม้จะมีเงินก็ยังหาซื้อได้ยาก
ร้านอาหารดังกล่าวซึ่งมีพนักงานกว่า 45 ชีวิต ต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยการซื้อฟืนจากร้านค้าในละแวกใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ราคาฟืนก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยล่าสุดทางร้านต้องจ่ายเงินสูงถึง 20,000 รูปี เพื่อซื้อฟืนปริมาณ 3 ตัน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตระหนกของชาวอินเดียที่หวั่นเกรงวิกฤตก๊าซหุงต้มขาดแคลนจะยืดเยื้อ
ประชาชนต่อคิวยาวรอก๊าซในหลายเมืองของอินเดีย
วิกฤตการณ์เดียวกันได้แพร่กระจายไปยังหลายเมืองทั่วอินเดีย ตัวอย่างเช่น ในเมืองอาห์เมดาบัด รัฐคุชราต ประชาชนจำนวนมากนำถังก๊าซเปล่ามาต่อคิวยาวเหยียดตั้งแต่เช้ามืด โดยมีรายงานว่าก๊าซที่นำมาจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทิ้งให้ผู้คนที่เหลืออยู่ในแถวต้องผิดหวังกลับบ้านไปอย่างว่างเปล่า
ชาวเมืองคนหนึ่งระบุว่า เขายืนรอมาตั้งแต่ตี 5 พร้อมบัตรคิว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะมีก๊าซเข้ามาประมาณ 150-200 ถัง แต่ในความเป็นจริงมีก๊าซมาเพียง 100 ถัง เท่านั้น ทำให้เขาและอีกกว่า 50 คนในแถวไม่ได้ก๊าซและต้องกลับบ้านโดยไม่ได้อะไรเลย
ขณะที่ในเมืองนอยดา ประชาชนจำนวนมากนำถังเปล่ามาเข้าคิวรอคอยนานหลายชั่วโมง และยังมีรายงานถึงเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันในแถวเนื่องจากการลัดคิวอีกด้วย ตัวแทนจำหน่ายบางแห่งต้องปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากก๊าซในคลังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันจากการตื่นตระหนกของประชาชน มีรายงานว่า ราคาก๊าซในตลาดมืดในนอยดาพุ่งสูงถึงถังละ 2,300-3,000 รูปี ซึ่งสูงกว่าราคาปกติกว่าเท่าตัวอย่างน่าตกใจ
อินเดียเร่งรับมือวิกฤต สั่งโรงกลั่นเพิ่มผลิต LPG
อินเดียในฐานะสมาชิกสมทบขององค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือ IEA กำลังเผชิญกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบและก๊าซหุงต้ม เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งทางเรือทั่วโลกที่เชื่อมโยงกับสงครามในตะวันออกกลาง โดยอินเดียนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 40% จากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเป็นผู้นำเข้าก๊าซ LPG รายใหญ่อันดับสองของโลก
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้ออกมาขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกและขอให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉินสั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเพิ่มกำลังการผลิต LPG ให้ถึงขีดสูงสุด และสั่งลดการจำหน่ายก๊าซให้กับภาคอุตสาหกรรมลง เพื่อนำก๊าซมาจัดสรรให้กับภาคครัวเรือนให้เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แรงกระเพื่อมจากอินเดียส่งผลถึงเนปาล จำหน่ายก๊าซครึ่งถัง
แรงกระเพื่อมจากปัญหาในอินเดียได้ส่งผลกระทบไปถึงประเทศเนปาล ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน โดยในกรุงกาฐมาณฑุ ประชาชนชาวเนปาลจำนวนมากต้องนำถังก๊าซหุงต้มเปล่ามาวางเรียงรายเข้าคิวยาวเหยียด หลังจากบริษัทน้ำมันแห่งชาติเนปาลประกาศมาตรการฉุกเฉินให้จำหน่ายก๊าซเพียงถังละ 7.1 กิโลกรัม หรือประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติที่ 14.2 กิโลกรัม
โดยกำหนดราคาขายไว้ที่ 955 รูปีเนปาล หรือประมาณ 260 บาท เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคมเป็นต้นไป แม้ว่าบริษัทน้ำมันแห่งชาติจะยืนยันว่าการนำเข้าก๊าซจากอินเดียยังคงเป็นปกติ แต่ข่าวเรื่องการขาดแคลนพลังงานในอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกก๊าซและน้ำมัน 100% ให้กับเนปาล ส่งผลให้ชาวเนปาลเริ่มกักตุนก๊าซจนความต้องการพุ่งสูงเกินความสามารถในการจัดจำหน่ายตามปกติ
รัฐบาลเนปาลเคยใช้มาตรการจำหน่ายก๊าซ "ครึ่งถัง" มาแล้วในช่วงวิกฤตการปิดกั้นพรมแดนจากอินเดียในปี 2015 และช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมาตรการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอการใช้ก๊าซในคลังสำรองให้ได้นานที่สุด และเพื่อให้มั่นใจว่าครัวเรือนจำนวนมากที่สุดจะสามารถเข้าถึงก๊าซหุงต้มได้ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



