“พิพัฒน์” ย้ำพลังงานไทยยังมีเสถียรภาพ พร้อมรณรงค์ประหยัดพลังงาน หลังประชุม ศบก.
“พิพัฒน์” ย้ำพลังงานไทยยังเสถียร จ่อรณรงค์ประหยัดพลังงาน

“พิพัฒน์” ย้ำพลังงานไทยยังมีเสถียรภาพ พร้อมรณรงค์ประหยัดพลังงาน หลังประชุม ศบก.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ได้เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ จากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายพิพัฒน์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ “ศบก.” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและทันต่อสถานการณ์

การสื่อสารและความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถานการณ์พลังงานไทยยังมีเสถียรภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน

โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน และเสริมสร้างความมั่นใจในความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศ