กระทรวงพลังงานได้เรียกประชุมด่วนกับผู้ค้าน้ำมันเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ หลังจากที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชทั้งหมดในวันนี้ (3 มีนาคม 2569) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันของประเทศไทย โดยนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงานในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ได้เร่งให้ผู้ค้าจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาปริมาณสำรองภายในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน
ย้ำสำรองน้ำมันเพียงพอ ขอประชาชนอย่ากักตุน
นายวีรพัฒน์ย้ำว่า ประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุว่า มีน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและสำรองตามกฎหมาย 4,877 ล้านลิตร และน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 2,783 ล้านลิตร รวมทั้งสิ้น 7,660 ล้านลิตร ซึ่งสามารถใช้ได้ถึง 60 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาใหม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ยังคงมีการจัดหาจากแหล่งอื่นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาอาจปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก
กระทรวงพลังงานขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน เนื่องจากอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและก่อให้เกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี พร้อมทั้งเตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยราคาที่อาจปรับสูงขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
มาตรการติดตามและควบคุมการส่งออก
สำหรับกระแสข่าวการส่งออกน้ำมันไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศเพื่อนบ้าน นายวีรพัฒน์ชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ และไทยกับลาวมีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพลังงาน รวมถึงการนำเข้าไฟฟ้าจากลาวด้วย กระทรวงพลังงานได้ย้ำมาตรการคุมเข้มไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สามเพิ่มเติม
หากสถานการณ์ยืดเยื้อและเข้าขั้นวิกฤต กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาเงื่อนไขที่เหมาะสมในการระงับการส่งออก เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญต่อไทยด้วย กระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความเสี่ยงและมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดโลกที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง



