ปตท. เปิดศูนย์ฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง เตรียมแผนรับมือผลกระทบต่อพลังงานไทย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เปิดศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ PTT Incident Command System (PTT ICS) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศไทย
การเตรียมการรับมือใน 3 ด้านหลัก
นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติของปตท. เปิดเผยว่า บริษัทได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อเตรียมแผนรับมือ โดยมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ: เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอใช้อย่างต่อเนื่อง
- ต้นทุนการนำเข้าพลังงาน: ควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
- การจัดหาแหล่งพลังงานอื่นๆ: เร่งหาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง
การบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ในด้านการบริหารจัดการน้ำมัน ปตท. ได้ประสานความร่วมมือภายในโรงกลั่นกลุ่มปตท. เพื่อบริหารและกระจายความเสี่ยง โดยจัดหาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากแหล่งอื่น รวมถึงประเมินเส้นทางการเดินเรือและวางแผนเปลี่ยนท่าเรือขนถ่ายน้ำมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
สำหรับการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปตท. เตรียมพร้อมจัดการก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการพลังงานของประเทศ โดยประสานงานกับผู้จำหน่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เพื่อยืนยันการส่งมอบตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของปตท. ในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนในระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ



