กระทรวงพลังงานปรับแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งหาน้ำมัน-ก๊าซทางเลือก
วันนี้ (2 มีนาคม 2569) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ถูกปิดสนิท 100% แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 7% จากเดิม หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ กระทรวงพลังงานสามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยได้ โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 อยู่ที่บวก 2,459 ล้านบาท
ปรับแผนนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งทางเลือก
สำหรับแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากมีความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกาแทน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้
ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้นประเทศลาว โดยยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจากลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปประเทศที่สาม และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้กักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น
บริหารจัดการก๊าซหุงต้มและก๊าซ LNG
สำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในส่วนของเดือนเมษายนจะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส ประเทศมาเลเซีย
ขณะที่ก๊าซ LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ แต่ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่น เช่น อเมริกา รวมทั้งพิจารณาเลื่อนแผนซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้การจัดหา Spot LNG อาจมีราคาสูงกว่าที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนด และอาจกระทบต่อราคา Pool Gas ซึ่งกระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา
บริหารจัดการไฟฟ้าและขอความร่วมมือลดใช้พลังงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังกล่าวถึงสถานการณ์ด้านไฟฟ้าว่า คาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีเพียงพอ เช่น เพิ่มผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และจะไม่หยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้
ส่วนการบริหารจัดการการใช้พลังงานเพื่อลดนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสมและลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด
นายอรรถพล ยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ำมันจะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน
พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด



