วิกฤตน้ำมันไทยหลังอิหร่านถูกโจมตี: รัฐบาลยันสำรอง 90 วัน แต่ประชาชนยังกักตุน-ฝ่ายค้านแย้งเหลือ 38 วัน
วิกฤตน้ำมันไทย: รัฐบาลยันสำรอง 90 วัน ประชาชนกักตุน (05.03.2026)

วิกฤตน้ำมันไทยหลังอิหร่านถูกโจมตี: รัฐบาลเผยสำรอง 90 วัน แต่ประชาชนยังตื่นตระหนกกักตุน

หลังจากเกิดเหตุการณ์อิหร่านถูกโจมตีในตะวันออกกลาง ประเด็นน้ำมันสำรองของประเทศไทย ได้กลายเป็นคำถามสำคัญที่คนไทยทั่วประเทศต่างจับตามอง โดยกระทรวงพลังงานได้เปิดเผยตัวเลขครั้งแรกว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศ รวมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งกลับไทย มีประมาณ 6-7 พันล้านลิตร ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้อีกประมาณ 60 วัน ทันทีที่ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ ผู้ใช้รถยนต์และผู้ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันในกิจการต่างๆ ต่างพากันขับรถออกจากบ้านเพื่อไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม จนเกิดภาพรถติดเป็นแถวยาวทางเข้าปั๊มน้ำمة และต้องรอคิวเป็นเวลานาน

รัฐบาลยืนยันไม่วิกฤติ แต่ประชาชนยังไม่วางใจ

ในสถานการณ์ดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาแสดงท่าทีเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน โดยยืนยันว่าไทยไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ และมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับ 60 วัน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนไม่ต้องกักตุนน้ำมัน อย่างไรก็ตาม คำยืนยันนี้กลับไม่ได้ทำให้ความกังวลของผู้คนลดลง ยังคงมีรถยนต์เข้าคิวรอเติมน้ำมันในปั๊มอย่างต่อเนื่อง และบางรายยังนำถังน้ำมันขนาดต่างๆ ไปเติมเพื่อกักตุนเพิ่มเติมอีกด้วย

จนกระทั่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ต้องออกประกาศงดเติมน้ำมันใส่แกลลอนหรือภาชนะบรรจุทุกประเภท เพื่อควบคุมสถานการณ์ ต่อมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยตัวเลขใหม่ โดยขยายระยะเวลาการรองรับจาก 60 วันเป็น 90 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ฝ่ายค้านแย้งตัวเลข รัฐบาลเหลือสำรองเพียง 38 วัน

แต่ในทางตรงกันข้าม พรรคประชาชน ได้เปิดตัวเลขที่สวนทางกับรัฐบาล โดยในระหว่างการเปิด 5 ข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น ได้รวมถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลพูดความจริงว่า น้ำมันสำรองในประเทศมีใช้ได้เพียง 38 วัน เท่านั้น ส่งผลให้เกิดประเด็นคำถามว่าใครพูดจริงกว่ากันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

ที่หนักไปกว่านั้นคือ ประชาชนจำนวนมากเริ่มไม่เชื่อถือรัฐบาล และหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น การนำถังแกลลอนไปเติมน้ำมันที่ปั๊มนั้น หลายคนอ้างว่าเพื่อใช้ในกิจการอื่นที่ทำปกติอยู่แล้ว เช่น เติมเครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ำสำหรับรดน้ำ และอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังนั้น การสั่งห้ามนำถังน้ำมันไปเติมที่ปั๊มจึงอาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ รัฐบาลต้องแสดงศักยภาพรับมือ

ไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งมีมหาอำนาจหนุนหลังอย่างเปิดเผย จะยุติลงเมื่อใด หรืออาจยืดเยื้อนานกว่า 4 สัปดาห์ที่ประเมินเบื้องต้น ดังนั้น รัฐบาลควรแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและแผนการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก

รัฐบาลควรเดินหน้าหาแหล่งผลิตและซื้อน้ำมันจากผู้ค้ารายอื่นๆ นอกเหนือจากแหล่งตะวันออกกลาง เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และหาทางออกที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการรณรงค์ประหยัดน้ำมันและลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย เพราะหลายคนที่เป็นแกนนำในรัฐบาลต่างเคยมีประสบการณ์เรื่องปัญหาน้ำมันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากการสู้รบ การขนส่งน้ำมัน หรือความต้องการน้ำมันมีมากแต่ซัพพลายไม่เพียงพอ

แหล่งน้ำมันโลกมีหลายแห่ง รัฐบาลต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล

ความจริงแล้ว แหล่งผลิตและผู้ค้าน้ำมันของโลกไม่ได้มีเพียงภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น แต่เป็นเพียงแหล่งสำคัญที่มีปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำมันทั่วโลก นอกเหนือจากนี้ยังมีสหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย บราซิล และในแอฟริกา ดังนั้น ในบางสถานการณ์ รัฐบาลควรแยกแยะ มีวิสัยทัศน์ และเตรียมการรับมือปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่ดำเนินการสะเปะสะปะจนถึงขั้นที่ประชาชนไม่เชื่อถือ ซึ่งแบบนั้นถือว่าอันตรายกว่า