ค่าการกลั่นน้ำมันปี 2569 พุ่งสูงต่อเนื่องจากสงคราม TDRI เสนอเพดานราคาและรื้อโครงสร้างพลังงาน
สถานการณ์ค่าการกลั่นน้ำมันในปี 2569 กำลังเผชิญกับความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสงครามที่ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบและการขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากข้อมูลล่าสุดพบว่าค่าการกลั่นน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ต้นปี
ผลกระทบจากสงครามต่อต้นทุนน้ำมัน
สงครามในต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบและการขนส่งทางเรือสูงขึ้นกว่าปกติอย่างมาก ต้นทุนน้ำมันดิบที่ซื้อขายจริงในตลาดโลกมีราคาแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ค่าขนส่งและค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อราคาค่าการกลั่นน้ำมันในประเทศไทย
ข้อมูลราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 2569
จากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน ราคาค่าการกลั่นน้ำมันตั้งแต่ต้นปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- เดือนมกราคม: 2.14 บาทต่อลิตร
- เดือนกุมภาพันธ์: 2.09 บาทต่อลิตร
- เดือนมีนาคม: 7.23 บาทต่อลิตร
- ช่วงวันที่ 1-3 เมษายน: 15.99 บาทต่อลิตร
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อเสนอจาก TDRI เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาค่าการกลั่นน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีข้อเสนอหลักดังนี้
- กำหนดเพดานค่าการกลั่น เพื่อควบคุมราคาไม่ให้สูงเกินไปและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
- รื้อโครงสร้างพลังงาน โดยเปิดให้มีการแข่งขันในธุรกิจโรงกลั่นมากขึ้น เพื่อลดการผูกขาดจากผู้เล่นรายใหญ่
- ให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนจริง แทนการอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในประเทศ
ข้อเสนอเหล่านี้มุ่งหวังให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมในตลาดพลังงาน ช่วยให้ราคาน้ำมันมีความโปร่งใสและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้บริโภค
การที่ค่าการกลั่นน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเป็นปัจจัยการผลิต และผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น หากไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การกำหนดเพดานราคาและรื้อโครงสร้างพลังงานตามที่ TDRI เสนอ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยบรรเทาปัญหาและสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยในอนาคต



