ไออีเอลงมติระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล หลังโดรนโจมตีคลังน้ำมันโอมาน
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิก 32 ประเทศ ให้ระบายน้ำมันในคลังสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรล เพื่อชดเชยอุปทานน้ำมันที่สูญเสียไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญของน้ำมันโลกถึงหนึ่งในสี่ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนหลายลำที่คลังน้ำมันท่าเรือเรย์ซุตในเมืองซาลาลาห์ ทางตอนใต้ของโอมาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และควันดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า
การโจมตีด้วยโดรนและผลกระทบต่อความมั่นคงพลังงาน
บริษัทความมั่นคงทางทะเล Ambrey ยืนยันว่า คลังน้ำมันที่ท่าเรือเรย์ซุตถูกโจมตีโดยตรงด้วยอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนหลายลำ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ถังเก็บเชื้อเพลิงในเขตท่าเรือ แม้ยังไม่พบเรือได้รับความเสียหาย แต่การโจมตีในพื้นที่ซาลาลาห์ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงจากการสู้รบได้ขยายตัวออกมาสู่มหาสมุทรอินเดียแล้ว สถานการณ์นี้ส่งผลให้ไออีเอต้องเร่งดำเนินการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยปริมาณ 400 ล้านบาร์เรลนี้สูงกว่าการระบายในช่วงที่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 182 ล้านบาร์เรล
แม้ตัวเลข 400 ล้านบาร์เรลจะดูมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกในปัจจุบัน ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นเพียง 3-4 วัน หรือเท่ากับปริมาณน้ำมันที่ปกติจะถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ การนำน้ำมันออกมากว่า 1 ใน 3 ของน้ำมันสำรองทั้งหมดที่รัฐบาลประเทศสมาชิกถือครองอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาร์เรล หมายความว่าหากวิกฤตยืดเยื้อ รัฐบาลต่าง ๆ อาจไม่สามารถใช้มาตรการนี้ซ้ำได้บ่อยครั้ง
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและภาคการขนส่ง
สถานการณ์พลังงานโลกที่ตึงเครียดส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น สมาคมยานยนต์อเมริกา (AAA) รายงานว่า ราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซินทั่วประเทศเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 50 เซนต์จากช่วงก่อนเกิดสงคราม และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนที่ความต้องการใช้พลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น ผู้ขับขี่รถบรรทุกต้องเผชิญกับสภาวะจำยอมที่ต้องเลือกระหว่างการเติมน้ำมันกับการซื้อของจำเป็นอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน
ล่าสุด แอร์อินเดียได้ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติมทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังราคาต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเริ่มระยะแรกในวันนี้ เส้นทางในประเทศ ตั๋ว 1 ใบจะถูกเก็บเพิ่มทันที 399 รูปี หรือประมาณ 170 บาท ส่วนเส้นทางต่างประเทศระยะไกลอย่างยุโรปและสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 200 ดอลลาร์ หรือเกือบ 7,200 บาทต่อเที่ยวบิน สายการบินให้เหตุผลว่าต้นทุนน้ำมันอากาศยาน (ATF) พุ่งสูงขึ้นจนคิดเป็นกว่า 40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ความกังวลต่อวิกฤตพลังงานที่อาจเลวร้ายลง
การโจมตีด้วยโดรนในโอมานและการตอบสนองของไออีเอสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบพลังงานโลกในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางขยายตัวต่อไป อาจส่งผลให้วิกฤตพลังงานเลวร้ายยิ่งขึ้น กระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก การระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งนี้จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น แต่ยังคงต้องจับตาดูพัฒนาการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด



