ค่าไฟไตรมาส 2 พุ่ง 3.95 บาท/หน่วย ซ้ำเติมวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบค่าไฟฟ้าไตรมาส 2 ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 โดยเก็บค่าเอฟที (ft) ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 3.88 บาท/หน่วย การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สร้างความกังวลต่อประชาชนและภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง
ผู้เชี่ยวชาญชี้ผลกระทบเป็นห่วงโซ่ แนะรัฐตรึงราคาช่วงวิกฤต
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านพลังงานจาก TDRI เปิดเผยว่า การขึ้นราคาไฟฟ้าจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นห่วงโซ่ ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และราคาสินค้าต่างๆ โดยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ก๊าซ LNG มีราคาสูง หากคิดตามราคาต้นทุนจริงอาจตกอยู่ที่เกือบ 5 บาท/หน่วย
ดร.อารีพร กล่าวว่า “ในช่วงวิกฤตแบบนี้ หากตรึงราคาไว้ก็จะช่วยประชาชนได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เราใช้ไฟเยอะ รวมถึงตอนนี้มีการรณรงค์ให้ทำงานจากที่บ้าน” แต่เธอไม่สนับสนุนการตรึงราคาระยะยาว ควรทำเฉพาะช่วงวิกฤตราคาน้ำมันเท่านั้น
เลขาธิการ กกพ. เผยว่า การตรึงราคาค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาท/หน่วย จะต้องใช้งบประมาณราว 5,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 เดือน โดยรัฐอาจต้องดึงงบประมาณภาครัฐอื่นมาช่วย เนื่องจากในราคา 3.95 บาท/หน่วย มีการใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) อยู่แล้ว
รสนาแนะเลิกอุ้มเอกชน ลดค่าไฟทันที 17 สตางค์
นางสาวรสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริการสาธารณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยให้ยกเลิกการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนหรือ “ค่ากินเปล่า” (Adder) ที่รัฐจ่ายมาหน่วยละ 8 บาท ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนมีราคาต่ำลงและตลาดแข่งขันได้แล้ว
เธอเปิดเผยว่า “ทาง กกพ.เคยคำนวณไว้ว่าหากตัดค่ากินเปล่าออก จะช่วยให้ค่าไฟฟ้าลง 17 สตางค์ต่อหน่วย และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกฯ นั่งเป็นประธานสามารถสั่งการได้เลย” โดยสภาองค์กรผู้บริโภคได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้ว ระบุว่าเป็นการบวกราคาเพิ่มมา 8 บาทโดยไม่ใช่ต้นทุนการผลิต
นอกจากนี้ นางสาวรสนายังชี้ให้เห็นปัญหา “ค่าความพร้อมจ่าย” (Availability Payment) ที่รัฐต้องจ่ายให้โรงไฟฟ้าบางแห่งที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเลย เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าในระบบสูงกว่าการใช้จริง เธอเสนอให้รัฐเข้าไปเจรจายกเลิกค่าดังกล่าวในโรงไฟฟ้าที่คืนทุนไปแล้ว
รมว.พลังงานลุยตรึงค่าไฟ 3.88 บาท พร้อมปรับโครงสร้างระยะยาว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศจะทบทวนการขึ้นค่าไฟและตรึงไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดย กพช.มีอำนาจสั่งทบทวนมติ กกพ.ได้ ผ่านการบริหารจัดการเงินของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟน. และ กฟภ.) ด้วยการดึงเงินลงทุนที่ไม่ได้ใช้หรือขอแบ่งกำไร ซึ่งมีตัวเลขราว 9,000 กว่าล้านบาท มาช่วยลดหย่อนค่าไฟ
ในระยะยาว รัฐมนตรีพลังงานเผยว่าจะมีการรื้อโครงสร้างไฟฟ้าใหม่ โดยเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนที่ติดโซลาร์เซลล์ และเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟเพื่อจูงใจให้บริหารจัดการการใช้ไฟในชั่วโมงที่ต้นทุนการผลิตต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟโดยรวมถูกลง
นางสาวรสนาเสริมว่า รัฐควรเปิดโอกาสให้ครัวเรือนที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใช้ระบบหักลบกลบหน่วยไฟฟ้า และภาครัฐควรรับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน เพื่อสร้างรายได้และลดภาระให้ประชาชน



