ไทยสร้างไทยหนุนตรึงราคาดีเซล 29.94 บาท จี้รัฐรื้อโครงสร้างภาษีพลังงาน
ไทยสร้างไทยหนุนตรึงดีเซล 29.94 บาท จี้รัฐรื้อภาษีพลังงาน

พรรคไทยสร้างไทยได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อมาตรการของรัฐบาลและกระทรวงพลังงานในการตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรค เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนการขนส่งในช่วงที่ภูมิภาคตะวันออกกลางเผชิญวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน

มาตรการเฉพาะหน้าและความร่วมมือจากภาคเอกชน

นอกจากนี้ พรรคยังชื่นชมความร่วมมือจากบริษัท ปตท. และบางจาก ในการช่วยพยุงราคาเบนซิน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันในประเทศ อย่างไรก็ตาม นายสุรเดชได้เน้นย้ำว่า แม้มาตรการตรึงราคาดีเซลจะเป็นประโยชน์ในระยะสั้น แต่ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและไม่สามารถยั่งยืนได้ในระยะยาว

ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน

พรรคไทยสร้างไทยจึงได้เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมันและค่าการตลาดให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาเงินกู้จากกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในอนาคต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พร้อมกันนี้ พรรคได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสต็อกน้ำมันอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและเก็งกำไรในตลาด ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ราคาน้ำมันแย่ลงได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า

ในส่วนของแผนระยะยาว พรรคไทยสร้างไทยเน้นย้ำความสำคัญของการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะ โดยมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศที่ควบคุมราคาได้ยาก และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

โดยสรุปแล้ว มาตรการตรึงราคาดีเซลเป็นเพียงก้าวแรกในการรับมือวิกฤตพลังงานโลก แต่การปฏิรูปโครงสร้างภาษีและการส่งเสริมพลังงานทางเลือกถือเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต