กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศเพิ่มเงินอุดหนุนดีเซลเป็น 20.36 บาทต่อลิตร ป้องกันราคาพุ่งสูงเกิน 30 บาท
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติออกประกาศฉบับที่ 22/2569 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่อกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืน และอัตราเงินชดเชยคืนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเป้าหมายหลักในการควบคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมตามกรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
รายละเอียดการอุดหนุนและมาตรการควบคุมราคา
ตามประกาศฉบับนี้ ได้มีการยกเลิกประกาศฉบับที่ 21/2569 ที่ออกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 และกำหนดอัตราใหม่สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่จะได้รับเงินชดเชยหรืออุดหนุนที่ 20.36 บาทต่อลิตร ทั้งสำหรับน้ำมันที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับน้ำมันเบนซิน อัตราเงินส่งเข้ากองทุนอยู่ที่ 0.10 บาทต่อลิตร โดยไม่มีการชดเชย ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ได้รับการชดเชยที่ 9.73 บาทต่อลิตร และ E20 ชดเชยที่ 11.06 บาทต่อลิตร
เหตุผลและหลักการเบื้องหลังการตัดสินใจ
การตัดสินใจครั้งนี้มีพื้นฐานจากพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ชะลอการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของชาติ
มาตรการนี้ถูกออกแบบเป็นมาตรการระยะสั้น โดยยังคงสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของน้ำมันเชื้อเพลิงและหลีกเลี่ยงการกระทบต่อกลไกตลาดเสรี นอกจากนี้ยังคำนึงถึงภาวะความผันผวนของราคาต้นทุนและแนวโน้มตลาดโลก เพื่อไม่ให้เกิดการอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross Subsidies) ที่อาจช่วยเหลือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป
ขอบเขตและเงื่อนไขการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและ B20 ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
นอกจากนี้ ยังมีข้อยกเว้นสำหรับน้ำมันเบนซินที่นำมาผสมเอทานอลเพื่อผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วพื้นฐานที่นำมาผสมไบโอดีเซลเพื่อผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งคาดว่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในระยะสั้น



