วิกฤตสู้รบยืดเยื้อทำราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กระทรวงพลังงานเร่งชดเชยดีเซล 19 บาทต่อลิตร
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่มีความรุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นวิกฤตที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ทำให้ไทยจำเป็นต้องปรับราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งใช้กองทุนน้ำมันมาชดเชยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่พุ่งสูง
เปรียบเทียบราคาดีเซลในกลุ่มอาเซียน ไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศ
แม้จะมีการปรับขึ้นราคาในประเทศ แต่กองทุนน้ำมันยังคงช่วยชดเชยราคาดีเซลสูงถึง 19.12 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อวัน สะสมตั้งแต่เกิดวิกฤตจนถึงปัจจุบันรวม 38,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบราคาดีเซลในกลุ่มอาเซียน ประเทศไทยมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่ามาเลเซียที่ 45.59 บาทต่อลิตร (ไม่รวมภาษี) และประเทศอื่นๆ เช่น
- สิงคโปร์: 100.26 บาทต่อลิตร
- ฟิลิปปินส์: 68.26 บาทต่อลิตร
- ลาว: 64.14 บาทต่อลิตร
- เวียดนาม: 47.16 บาทต่อลิตร
แสดงให้เห็นว่าราคาดีเซลของไทยยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
มาตรการช่วยเหลือประชาชนและแนวทางการแก้ไขวิกฤต
กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยคำนึงถึงเสถียรภาพด้านการคลังของประเทศ พร้อมทั้งเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งแก้ไข
โฆษกกระทรวงพลังงานกล่าวเสริมว่า "การสู้รบครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และยังไม่มีทีท่าจะจบลงในเร็ววัน ทุกประเทศทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ ขอให้ประชาชนช่วยกันใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับวิกฤต กระทรวงพลังงานจะติดตามและใช้ทุกมาตรการดูแลประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน"



