บังกลาเทศประกาศมาตรการเร่งด่วนลดการใช้พลังงาน ลดเวลาทำงาน-ปิดห้าง 18.00 น. พร้อมปรับการเรียนเป็นออนไลน์
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 รัฐบาลบังกลาเทศได้ประกาศใช้มาตรการใหม่เพื่อลดการใช้พลังงานในประเทศอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานที่กำลังเผชิญกับความตึงเครียดจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง มาตรการนี้รวมถึงการลดชั่วโมงการทำงานของสำนักงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการสั่งปิดทำการตลาดและศูนย์การค้าทั่วประเทศในเวลา 18.00 น. เพื่อประหยัดไฟฟ้า
รายละเอียดมาตรการลดการใช้พลังงาน
คณะรัฐมนตรีบังกลาเทศได้ประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยกำหนดเวลาทำการใหม่เป็น 9.00-16.00 น. สำหรับหน่วยงานราชการและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกคำสั่งให้ตลาดและศูนย์การค้าต้องปิดทำการในเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นมาตรการที่คล้ายคลึงกับที่ประเทศอียิปต์เคยนำมาใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากมาตรการลดเวลาทำงานแล้ว รัฐบาลยังได้สั่งตัดการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น และกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมลดการใช้พลังงานด้วยการจำกัดการใช้แสงสว่างที่มากเกินไป รวมถึงการจำกัดปริมาณการจำหน่ายเชื้อเพลิงและลดเวลาทำการของสถานีบริการน้ำมัน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนที่ส่งผลให้ประชาชนแห่กันไปกักตุนเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก
การปรับรูปแบบการศึกษาและการสนับสนุนเพิ่มเติม
กระทรวงศึกษาธิการบังกลาเทศกำลังเตรียมออกแนวทางสำหรับโรงเรียน โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2569 ซึ่งรวมถึงการพิจารณาปรับตารางเรียนและการเปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนออนไลน์แทนการเรียนในห้องเรียนปกติ เพื่อลดการใช้พลังงานในสถานศึกษา
เพื่อสนับสนุนมาตรการนี้ รัฐบาลจะอนุญาตให้มีการนำเข้ารถบัสไฟฟ้าสำหรับโรงเรียนโดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร พร้อมทั้งมีสิ่งจูงใจสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคขนส่ง
สาเหตุและผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดเชื้อเพลิงโลกและสร้างความไม่แน่นอนด้านอุปทานไฟฟ้าในบังกลาเทศ ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงอย่างมากและได้รับผลจากความผันผวนของราคา
หน่วยงานของรัฐบังกลาเทศกำลังเร่งจัดหาพลังงานสำหรับประชากรประมาณ 175 ล้านคน ขณะเดียวกันก็กำลังสำรวจแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ ในสภาวะตลาดโลกที่ผันผวน รัฐบาลยังกำลังมองหาเงินทุนจากภายนอกมากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท) เพื่อช่วยจ่ายค่าการนำเข้าเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติเหลว เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นทำให้เงินสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างน่าวิตก
มาตรการลดการใช้พลังงานของบังกลาเทศสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายประเทศและจำเป็นต้องมีการปรับตัวทั้งในภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายนี้



