กองทุนน้ำมันประกาศลดอุดหนุนดีเซลเหลือ 16.02 บาท/ลิตร เริ่ม 27 มีนาคม 2569
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติออกประกาศฉบับที่ 30 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราเงินชดเชย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งประกาศฉบับนี้ได้ยกเลิกประกาศฉบับที่ 29 ที่ออกก่อนหน้านี้ และกำหนดอัตราใหม่เพื่อสะท้อนสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวน
รายละเอียดอัตราเงินชดเชยและส่งเข้ากองทุน
ตามประกาศฉบับที่ 30 ได้กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ดังนี้
- น้ำมันเบนซิน: มีอัตราเงินส่งเข้ากองทุนที่ 5.50 บาทต่อลิตร โดยไม่มีการชดเชยใดๆ
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา: ได้รับอัตราเงินชดเชยหรืออุดหนุนที่ 16.02 บาทต่อลิตร ซึ่งลดลงจากเดิม
- น้ำมันดีเซล B20: มีอัตราเงินชดเชยที่ 18.94 บาทต่อลิตร
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91: ได้รับอัตราเงินชดเชยที่ 0.56 บาทต่อลิตร
- น้ำมัน E20: มีอัตราเงินชดเชยที่ 3.54 บาทต่อลิตร
อัตราเหล่านี้ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการกระทบต่อกลไกตลาดเสรี
วัตถุประสงค์และหลักการของประกาศ
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อออกประกาศฉบับนี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือ
- บรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน ในภาวะที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนและสูงขึ้น
- ชะลอการขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน
- หลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามกลุ่ม (Cross Subsidies) และคงหลักการสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
นอกจากนี้ ประกาศยังกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาและน้ำมันดีเซล B20 ที่ต้องมีลักษณะและคุณภาพตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด รวมถึงข้อยกเว้นสำหรับน้ำมันที่นำไปผสมเพื่อผลิตน้ำมันประเภทอื่น
การปรับอัตราในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่คำนึงถึงแนวโน้มตลาดโลกและภาวะความผันผวนของราคาต้นทุน โดยมุ่งให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศอยู่ในระดับที่สมดุลและไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อเศรษฐกิจ



