กระทรวงพลังงานเผยไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ 106 วัน ราคาขายปลีกต่ำสุดในอาเซียน
กระทรวงพลังงานได้รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงจากสถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคา พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศอีกประมาณ 106 วัน ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงด้านพลังงานในระยะสั้น
สถานการณ์พลังงานโลกและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
รายงานดังกล่าวได้อ้างอิงการแถลงข่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบุว่าสหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายหลังสามารถทำลายขีดความสามารถทางการทหารและขีปนาวุธของอิหร่านได้เกือบทั้งหมดภายใน 32 วัน และยืนยันว่าสหรัฐฯ มีทรัพยากรเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แม้สื่อจะตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีกรอบเวลาเจรจาสันติภาพที่ชัดเจนก็ตาม
ขณะเดียวกัน ผู้นำอิหร่านได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงชาวอเมริกัน เรียกร้องให้ตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำสงครามเพื่อเป็นตัวแทนให้อิสราเอล พร้อมยืนยันว่าการกระทำของอิหร่านเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเอง และไม่ได้มองประชาชนอเมริกันเป็นศัตรู สถานการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับที่สูง โดยน้ำมันดิบ WTI ขึ้นไปแตะ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 131 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปริมาณสำรองน้ำมันและกำลังการผลิตในประเทศไทย
สำหรับปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 ระบุว่าไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 106 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 30 วัน
ด้านกำลังการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 78.73 ล้านลิตร และจำหน่าย 82.54 ล้านลิตร ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศและเปรียบเทียบกับอาเซียน
กระทรวงพลังงานยังได้เปิดเผยราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาต่อลิตร ดังนี้:
- น้ำมันดีเซล (B7) 44.24 บาท
- น้ำมันเบนซิน (E20) 38.25 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 43.25 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 42.88 บาท
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศในอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.25 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, เมียนมา, สปป.ลาว และสิงคโปร์ ที่มีราคาอยู่ระหว่าง 52.22 ถึง 86.16 บาทต่อลิตร
ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 44.24 บาทต่อลิตร ซึ่งก็ต่ำกว่ามาเลเซีย, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และสิงคโปร์ ที่มีราคาอยู่ระหว่าง 50.36 ถึง 107.20 บาทต่อลิตร นี่ทำให้ไทยมีราคาขายปลีกน้ำมันต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียนในขณะนี้
ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและนวัตกรรมพลังงานใหม่
ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 ติดลบ 48,217 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,442 ล้านบาท เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและลดภาระให้กับประชาชน
นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่าบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สามารถผลิตน้ำมันดีเซล B20 ได้แล้วล็อตแรก 35,000 ลิตร โดยจำหน่ายผ่านคลัง และเตรียมที่จะเปิดจำหน่ายในสถานีบริการภายในเดือนเมษายนนี้ รถยนต์ที่จะใช้น้ำมันดีเซล B20 นี้ต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถโดยสาร รวมทั้งเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม
การใช้น้ำมันดีเซล B20 เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานจากแหล่งในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพลังงานที่คำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



