ศบก.เผยน้ำมันสำรองไทยเพียงพอ 103 วัน พร้อมสอบคลังเอกชนอ่างทอง
น้ำมันสำรองไทยพอใช้ 103 วัน ศบก.สอบคลังอ่างทอง

ศบก.ยืนยันน้ำมันสำรองไทยเพียงพอ 103 วัน พร้อมสอบคลังเอกชนอ่างทอง

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้แถลงข่าวประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในประเทศ โดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยรายงานสถานภาพน้ำมันเบนซินที่ผลิตในประเทศ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2569 ซึ่งผลิตจากโรงกลั่นหลัก 5 แห่ง ได้แก่ โรงกลั่นบางจาก โรงกลั่นบางจากศรีราชา โรงกลั่น IRPC โรงกลั่น SPRC และโรงกลั่นไทยออยล์ ปริมาณการผลิตรวมอยู่ที่ 35.28 ล้านลิตร โดยน้ำมันเบนซินพื้นฐานจะถูกเติมเอทานอลและผสมโดยผู้ค้าน้ำมันก่อนจำหน่าย

ปริมาณน้ำมันสำรองและสถานการณ์ดีเซล

นายสราวุธ กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทยในปัจจุบันเพียงพอต่อความต้องการไม่น้อยกว่า 103 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทางมี 3,700 ล้านลิตร สำหรับสถานการณ์น้ำมันดีเซล มีโรงกลั่นที่ผลิตอยู่รวม 6 โรง ซึ่งในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ผลิตดีเซลพื้นฐานทั้งสิ้น 79.91 ล้านลิตร ส่วนหนึ่งจำหน่ายไปยังภาคอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล

ปริมาณการใช้ดีเซลโดยปกติอยู่ประมาณ 67 – 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมามีบางวันสูงขึ้นถึงกว่าร้อยล้านลิตร จึงมีการดึงสต็อกเก่ามาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตรวจสอบคลังน้ำมันเอกชนในจังหวัดอ่างทอง

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัทเอกชนในจังหวัดอ่างทอง ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ได้เก็บตัวอย่างน้ำมัน 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อตรวจคุณภาพ ซึ่งผลตรวจอยู่ระหว่างการจัดส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายพบว่า ใบกำกับการขนส่งจากบริษัท IRPC ที่จัดส่งให้ผู้ค้าตามมาตรา 10 จำนวน 2 ราย ระบุสถานที่ปลายทางอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่กลับพบน้ำมันดังกล่าวที่จังหวัดอ่างทอง จึงมีความผิดเบื้องต้นในการออกใบกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมธุรกิจพลังงานจะร่วมกันสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

การพัฒนาระบบดิจิทัลและมาตรการตรวจสอบ

นายสราวุธ ยังได้กล่าวถึงการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำมัน โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานงานกับนายชานนท์ เงินทองดี ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันปั๊มเรดาห์ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบหลังบ้านใหม่ โดยจะให้สถานีบริการกรอกข้อมูลผ่านพลังงานจังหวัด และเตรียมแอปพลิเคชัน FUEL NOW เพื่อตรวจสอบการกระจายน้ำมันในจุดต่างๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนน้ำมันเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ใน 8 จุด 4 จังหวัด ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ กรมธุรกิจพลังงานจะเดินหน้าตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกระจายน้ำมันอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

เมื่อถามถึงการบริหารจัดการน้ำมันอย่างรวดเร็ว นายสราวุธ กล่าวว่า ได้มีการปลดล็อกเวลาขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ในเขตเมืองแล้ว และผ่อนผันดีเซลอย่างน้อย 130 ล้านลิตรเข้ามาในระบบ ซึ่งต้องรีบกระจายไปยังจุดต่างๆ รวมถึงสถานีบริการ หากสามารถส่งน้ำมันได้เร็วขึ้น 10 ล้านลิตรในทุกวัน สถานการณ์จะผ่อนคลายลงภายในสัปดาห์นี้