รมว.พลังงานแนะทางออกวิกฤตน้ำมันดีเซล 33 บาท ชี้ลดใช้ 10% ช่วยประหยัดเงิน 3 บาท
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นสู่ระดับ 33 บาทต่อลิตร พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ประชาชนสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยเน้นย้ำว่าการลดการใช้เชื้อเพลิงลงเพียง 10% จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 3 บาทต่อลิตร ซึ่งสัดส่วนนี้คำนวณจากราคาปัจจุบันที่ 33 บาท
แผนพยุงกองทุนน้ำมันและจัดการปัญหาการกระจายสินค้า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอธิบายว่า การปรับขึ้นราคาดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตรในครั้งนี้ จะช่วยลดภาระให้กองทุนน้ำมันได้บางส่วน หรือประมาณ 35 ล้านบาทต่อวัน จากปริมาณการใช้เฉลี่ย 70 ล้านลิตรต่อวัน การขยับราคาไปที่เพดาน 33 บาท เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ได้ปรับล่วงหน้าไปก่อนแล้ว โดยยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาชัดเจนว่าจะคงเพดานราคานี้ไว้นานเท่าใด แต่จะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันอย่างใกล้ชิด
สำหรับประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการจำกัดการเติมน้ำมันที่ปั๊มบางแห่งเพียงครั้งละ 500 ถึง 1,000 บาท รวมถึงปัญหาน้ำมัน E20 ขาดหายไปจากบางสถานี นายอรรถพลชี้แจงว่า ไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมันดิบ เนื่องจากน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตมีเพียงพอ แต่ปัญหาหลักเกิดจากระบบการกระจายน้ำมันจากคลังไปสู่หน้าปั๊มทำไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
กระทรวงพลังงานได้เร่งสั่งการให้เพิ่มเที่ยวรถขนส่งน้ำมันให้มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้สถานการณ์ที่ปั๊มน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ข้อแนะนำการประหยัดพลังงานเพื่อลดผลกระทบต่อกระเป๋าเงิน
นายอรรถพลยังได้ฝากข้อความถึงประชาชนเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน โดยระบุว่า หากทุกคนช่วยกันลดการใช้ลง จะส่งผลดีต่อภาพรวมทั้งในแง่เศรษฐกิจและเงินในกระเป๋าอย่างเห็นได้ชัด "วันนี้หากประชาชนต้องการให้น้ำมันดีเซลราคาลดลง 3 บาท ท่านทำได้เองด้วยการลดการใช้ลง 10% เพราะ 10% ของราคา 33 บาท คือ 3 บาท หากใช้น้อยลง เงินก็จะออกจากกระเป๋าน้อยลงตามสัดส่วนนั้น"
นอกจากนี้ การลดการใช้ยังช่วยให้ปริมาณน้ำมันที่เรามีอยู่สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานออกไปได้มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ในระยะยาวต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเพื่อรับมือความต้องการเชื้อเพลิง
เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับเชื้อเพลิงอย่างเพียงพอ กระทรวงพลังงานได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อเร่งกำลังการผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำมันกลุ่ม E10 และ E20 มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการเชื้อเพลิงในทุกเซกเมนต์ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนในอนาคต
การดำเนินการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเน้นทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน



