เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 32.98 บาท/ดอลลาร์ จับตาสงครามตะวันออกกลางและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 32.98 บาท/ดอลลาร์ จับตาสงครามตะวันออกกลาง

เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 32.98 บาท/ดอลลาร์ จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ ส่งสัญญาณอ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้จับตาการสู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้นรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงิน

ปัจจัยกดดันเงินบาทจากสถานการณ์โลก

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ซึ่งมีการแกว่งตัวในกรอบ 32.71-32.99 บาทต่อดอลลาร์

การอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นใกล้โซน 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นทะลุโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเช่นกัน ขณะที่ราคาทองคำย่อตัวลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงขึ้นในระยะสั้นและอาจยืดเยื้อกว่าคาด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มุมมองเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อเงินบาท

สำหรับสัปดาห์นี้และระยะสั้น นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตาสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดได้ทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด จนมองว่าเฟดมีโอกาสราว 10% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ นอกจากรายงานเศรษฐกิจสำคัญและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด

ฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่และรายงานอัตราเงินเฟ้อ โดยล่าสุดมองว่าทั้ง BOE และ ECB อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้งในปีนี้

ฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ โดยล่าสุดประเมินว่า BOJ มีโอกาสราว 93% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

แนวโน้มเงินบาทและความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

สำหรับแนวโน้มเงินบาท นักวิเคราะห์ประเมินว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนที่สูงกว่าช่วงปกติมาก เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33 บาทต่อดอลลาร์ หรือแม้กระทั่งโซน 34 บาทต่อดอลลาร์ได้ภายใน 1 เดือน

อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และต้องจับตาโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออกที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซนแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลง โดยเฉพาะในฝั่งบอนด์ไทยที่เริ่มเห็นการทยอยกลับเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวมากขึ้น

นอกจากนี้ หากเข้าสู่ช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม เงินบาทยังเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ที่จะสูงเกิน 1 แสนล้านบาทในปีนี้ ทำให้เงินบาทมีความเสี่ยงผันผวนอ่อนค่าลงได้ไม่ยากในช่วงไตรมาสที่ 2

ข้อมูลจากฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี

ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าและมีแนวโน้มทำสถิติแข็งค่ารายเดือนมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี โดยได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนมีนาคม จากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม ซึ่งกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมทั้งกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปีนี้ก็เพิ่มขึ้น

ล่าสุด FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนัก 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี สัปดาห์นี้ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนกุมภาพันธ์ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก Fund Flow ของต่างชาติและสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 454 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,300 ล้านบาท กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ USD/THB 32.80 - 33.10 แนะนำซื้อ 32.80 / ขาย 33.10 EUR/THB 37.60 - 38.10 แนะนำซื้อ 37.60 / ขาย 38.10 JPY/THB 0.2030 - 0.2070 แนะนำซื้อ 0.2030 / ขาย 0.2070