เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นที่ 32.60 บาท/ดอลลาร์ คาดผันผวนสูงใน 24 ชั่วโมง
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ แสดงสัญญาณแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ ตามข้อมูลจากนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ซึ่งระบุว่าเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าในลักษณะ Sideways Down หลังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 32.75 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
ปัจจัยหนุนการแข็งค่าของเงินบาท
การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้ สอดคล้องกับจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลง โดยเฉพาะในส่วนของการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz หลังมีรายงานว่าทางการอิหร่านและโอมานหารือแนวทางบริหารการเดินเรือร่วมกัน นอกจากนี้ ราคาทองคำยังทยอยรีบาวด์ขึ้นและทรงตัวเหนือโซน 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทบ้าง
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเคลื่อนไหวผันผวนจากกระแสข่าวตะวันออกกลาง และถูกกดดันจากการปรับตัวลงหนักของ Tesla หลังบริษัทรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ที่แย่กว่าคาด ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.11% และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.18%
แนวโน้มและความเสี่ยงในตลาดการเงิน
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาย่อตัวลงสู่ระดับ 4.30% ตามความหวังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่ยังเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์เป็นสำคัญ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง บอนด์ยีลด์อาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แต่การปรับตัวอาจไม่รุนแรงมาก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
สำหรับตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง สอดคล้องกับการทยอยย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทยอยปรับตัวขึ้นสู่โซน 99.9 จุด
มุมมองต่อค่าเงินบาทและคำแนะนำ
นายพูน ยังคงมุมมองเดิมว่า หากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เล่นในตลาดอาจให้ความสนใจกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะทยอยรับรู้ในคืนวันศุกร์นี้ นอกจากนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินที่เบาบางลงเนื่องจากวันหยุด Good Friday อาจทำให้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ Sideways แต่กรอบการแกว่งตัวมีโอกาสกว้างกว่าปกติได้มาก
โดยโซนแนวรับของเงินบาทยังคงอยู่ในช่วง 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านอยู่แถว 32.75 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์) และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.80 บาท/ดอลลาร์
ทางด้านฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.63 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.76 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน ตลาดหุ้น ราคาทองคำ และราคาน้ำมัน
- รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม รวมถึงยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง
- ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินที่เบาบางลงในช่วงวันหยุด Good Friday และวันหยุดของตลาดการเงินไทยในต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจทำให้เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูง
นักวิเคราะห์แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และกลยุทธ์ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง แม้ว่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่แนวโน้มยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลงหรือแกว่งตัวไร้ทิศทางชัดเจน จนกว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน



