ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี สินค้า GI เอกลักษณ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน
ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี เป็นสินค้าที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพียงหนึ่งเดียวของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน โดยมีลักษณะเด่นคือเกล็ดหนา เนื้อแน่นนุ่มเป็นเส้นใย มีรสหวาน และไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นสาบ ซึ่งเป็นผลจากความเชื่อมโยงกับสภาพภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำสะแกกรังที่มีน้ำใสสะอาดไหลเวียนดี อุดมด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ประกอบกับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาในกระชังของชุมชนที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
การเลี้ยงปลาแรดและระบบควบคุมคุณภาพ
การเลี้ยงปลาแรดในกระชังของชุมชนมีการให้อาหารเม็ดโปรตีนสลับกับผักผลไม้ต่างๆ และดูแลสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ปลาแรดมีคุณภาพแตกต่างจากแหล่งอื่นอย่างชัดเจนและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้ผลิตปลาแรดในพื้นที่กว่า 119 ราย ซึ่งล้วนมีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและขอใช้ตรา GI อย่างถูกต้อง สามารถสร้างปริมาณการผลิตรวมกว่า 940,000 กิโลกรัมต่อปี
หลังได้รับ GI ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 - 120 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 70 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ GI ในการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
การส่งเสริมจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มุ่งมั่นส่งเสริมและต่อยอดสินค้าของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนการพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถสร้างรายได้ในชุมชนและเลี้ยงครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันสินค้าไทยที่ขึ้นทะเบียนเป็น GI 254 รายการ สร้างมูลค่ารวมกว่า 115,224 ล้านบาท
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่าเพื่อรักษาคุณภาพและอัตลักษณ์ของสินค้า GI และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับสินค้า กรมฯ ยังมีแผนต่อยอดการพัฒนา GI ในมิติต่างๆ ทั้งการส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย การสร้างแบรนด์และเล่าเรื่อง (storytelling) เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับสินค้า การผลักดันเข้าสู่ตลาดออนไลน์และงานแสดงสินค้าสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการจัดเวิร์คชอป ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้หมุนเวียนคืนสู่ท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนาสินค้าแปรรูปและมูลค่าเพิ่ม
ด้านนางวันเพ็ญ นาทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรด ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า การเลี้ยงปลาแรดของชาวบ้านในอดีตพึ่งพาการจับปลาในธรรมชาติซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน สู่การปรับตัวมาเลี้ยงปลาในกระชังที่สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้มากขึ้น การมีระบบควบคุมดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าให้สามารถเข้าสู่ตลาดระดับพรีเมียม ร้านอาหารคุณภาพ และช่องทางจำหน่ายสมัยใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีการรวมกลุ่มและพัฒนาสินค้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดได้ดีขึ้น ปัจจุบันมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานีโดยการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์ “แรดตัวแม่” เช่น ปลาแรดแดดเดียว ปลาร้าด่วนจากปลาแรด แหนมปลาแรด ข้าวเกรียบปลาแรด เป็นต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักสุขภาพ เช่น เจลาตินและคอลลาเจนจากปลาแรด เป็นต้น สามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับสมาชิกของกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของผู้คนในพื้นที่อีกด้วย



