มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป ส่งเสริมการส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่ม
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรป (EU) ได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ของไทยเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ หลังกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยื่นคำขอไว้ตั้งแต่ปี 2566 โดยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของไทย มีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
ความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับสินค้าเกษตรไทย
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ทำให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีกลายเป็นสินค้า GI ไทยรายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง เชียงราย
ปัจจุบัน มีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้วทั้งหมด 11 รายการใน 33 ประเทศ ประกอบด้วย:
- ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในอินเดียและอินโดนีเซีย
- เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ในเวียดนาม
- ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ จาก 5 จังหวัด ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- กาแฟดอยตุง ในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และกัมพูชา
- กาแฟดอยช้าง ในสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
- ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง นครศรีธรรมราช ในมาเลเซีย
- ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม
- มะขามหวานเพชรบูรณ์ ในเวียดนาม
- สับปะรดห้วยมุ่น อุตรดิตถ์ ในญี่ปุ่น
- มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป
ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป
การขึ้นทะเบียน GI มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีในสหภาพยุโรปจะส่งผลดีต่อการส่งออกอย่างมาก โดยช่วยป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่จะบริโภค GI ของแท้ รวมถึงช่วยขยายโอกาสทางการค้าไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และยังสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทยที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
แหล่งผลิตและเอกลักษณ์ของมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี
มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมีแหล่งผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและราบลุ่มต่ำ ดินร่วนปนดินเหนียว ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกสม่ำเสมอ และมีแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก สภาพดินและน้ำจึงเหมาะสมต่อการปลูกมะพร้าวน้ำหอม
ผลผลิตมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ เปลือกสีเขียวสด ก้นจีบ ตรงกลางผลป่องกลม มีรสชาติหวาน และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เนื้อมะพร้าวหนาสองชั้น และมีลักษณะอ่อนนุ่ม ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยในปี 2568 มีปริมาณผลผลิต 550 ล้านลูก มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออกกว่า 5,244 ล้านบาท คาดว่าหลังจากขึ้นทะเบียนที่สหภาพยุโรปแล้วจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกมาก
อนาคตที่สดใสสำหรับสินค้าเกษตรไทย
ความสำเร็จนี้ไม่เพียงช่วยขยายตลาดส่งออกและยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าระยะยาว การขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยบนเวทีโลก และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและประเทศในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง



