นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี หลังจากมีกระแสข่าวว่า "ทุเรียนลม" หรือทุเรียนที่ร่วงหล่นจากต้น ถูกส่งออกไปยังตลาดกว่างโจว ประเทศจีน โดยสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อหลอกลวงผู้ซื้อ
รายละเอียดเหตุการณ์
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความและภาพร้องเรียนว่า ได้ซื้อทุเรียนยี่ห้อหนึ่งจำนวน 60 ลัง (ลังละ 6 ลูก) ในราคา 790 หยวน (ประมาณ 237,000 บาท) แต่กลับพบว่าทุเรียนมีหนามช้ำและเนื้อมีรอยกระแทกสีน้ำตาล ซึ่งมีลักษณะคล้ายทุเรียนลม โดยระบุว่าส่งออกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 จากล้งในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
การดำเนินการของกรมวิชาการเกษตร
นายรพีภัทร์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบล้งดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมเรียกบริษัทชิปปิ้งและผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการสวมสิทธิ์ GAP หรือเจตนาส่งออกทุเรียนด้อยคุณภาพ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นอกจากนี้ อธิบดีฯ ยังยืนยันว่ามาตรฐานทุเรียนไทยในฤดูกาลนี้ยังคงดีเยี่ยม โดยมีสถิติการส่งออกแล้วกว่า 4.5 แสนตัน (ประมาณ 168 ล้านลูก) และพบปัญหาที่ถูกอ้างถึงเพียง 30 ลูกเท่านั้น สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่เคยแจ้งเตือนเรื่องทุเรียนอ่อน สาร BY2 หรือหนอนเจาะผลทุเรียนเลย
การตรวจสอบต้นทาง
จากการตรวจสอบข้อมูลแปลงปลูกที่ระบุบนกล่อง พบว่าเป็นสวนของนายคนัง ในตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายคนังยืนยันว่าไม่เคยมีพายุเข้าสวน และไม่มีทุเรียนลมไปขาย โดยได้ตัดทุเรียนขายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 จำนวน 1.5 ตัน ผ่านการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งจากสำนักงานเกษตรอำเภอแก่งหางแมว ได้ 34% และ 36% ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่วันที่มีคนมารับซื้อ ได้ขอสำเนาใบ GAP โดยไม่ลงรายละเอียดการซื้อขาย ปัจจุบันนายคนังได้ลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
มาตรการเพิ่มเติมจาก มกอช.
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ประกาศใช้ "มาตรฐานบังคับ" เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) เพื่อควบคุมคุณภาพและสกัดกั้นทุเรียนอ่อนหรือทุเรียนด้อยคุณภาพ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ประสานงานกับ มกอช. ให้เร่งตรวจสอบล้งที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานนี้ หากพบการฝ่าฝืน จะมีโทษทั้งจำคุก ปรับ รวมถึงพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
การบูรณาการครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการที่คิดเอาเปรียบผู้บริโภค ว่าภาครัฐพร้อมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและรักษาผลประโยชน์ของชาวสวนทุเรียนไทย



