รมว.เกษตรฯ เยือน EEC กำชับหน่วยงานร่วมบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
รมว.เกษตรฯ เยือน EEC กำชับบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ โครงการคลองระบายน้ำภักดีรำไพอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานราชการและผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

ภาพรวมสถานการณ์น้ำในจังหวัดจันทบุรี

สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 6 แห่งในจังหวัดจันทบุรี ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 189 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน ซึ่งยังคงมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกันนี้ ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ

ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ EEC

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ อำเภอวังจันทน์ จังหวัดระยอง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ปัจจุบัน ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 พื้นที่ EEC มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 505 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ

จากการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญอาจส่งผลให้เกิดภาวะฝนน้อยกว่าค่าปกติในบางช่วงเวลา กรมชลประทานจึงได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการผันน้ำระหว่างแหล่งน้ำต้นทุนต่าง ๆ ไปเก็บสำรองไว้ในอ่างเก็บน้ำที่มีระบบเชื่อมโยงกันในพื้นที่ EEC ซึ่งปัจจุบันได้สูบผันน้ำแล้วกว่า 27 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำและรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรได้อย่างเพียงพอ พร้อมลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข้อสั่งการจากรัฐมนตรี

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที เพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด